วันเซ็งๆเอามาฝากเตือนกันค่ะ
posted on 06 Mar 2009 08:57 by kannikaphanyeeสวัสดีค่ะเพื่อนๆ หายหน้าไปนานอีกแล้วพอดีว่าเรียนจบแล้วช่วงสอบอ่านหนังสือค่ะไม่ค่อยได้เข้าเน็ทเลยพอ1อาทิตย์ที่ว่างแสนว่างที่ผ่านมาก็ลองเข้าไปสมัครงานส่ง Resume ไปที่บริษัท jobs ในเน็ททั่วไปค่ะส่งไปช่วงนี้กว่าเค้าจะเรียกก็ปลายปีโน่นแต่ก็ส่งไปก่อนค่ะเลยมีเรื่องเตือนใจที่ทำให้เสียอารมณ์อย่างแรงเลยค่ะเรื่องแรกก็คือเก่งเข้าไปสมัครงานใช่ไหมคะงานที่สมัครไว้ส่วนใหญ่จะเป็นพวก Officer เลขา ธุรการ Admin ของบริษัททั่วไปค่ะเพราะจบใหม่งานเฉพาะไม่ค่อยมีอีกงานก็คืออาจารย์ ครู ของโรงเรียนพาณิชย์ และครูทั่วไปค่ะ ส่วนพวกงานแบงค์ เงินทุน หลักทรัพย์ รัฐวิสาหกิจ ยังไม่ได้ส่งไรไปเลยค่ะเพราะยังไม่เปิดรับแถมยังให้ออกอีกต่างหากตามสภาพเศรษฐกิจค่ะ แต่เรื่องมีอยู่ว่า วันที่ 3 มีนาคม 2552 เวลาประมาณ 11 โมงกว่ามีโทรศัพท์จาก Home Of English เค้าบอกว่าโทรมาจากที่นี่จริงๆค่ะไม่ได้มั่วโทรมาให้ไปสัมภาษณ์งานเก่งก็คิดว่าน่าจะสมัครไว้เพราะเป็นสถาบันสอนภาษาค่ะเค้าให้ไปสัมภาษณ์วันที่5 มีนาคม 2552 เวลา 13.30 น ค่ะก็เตรียมเอกสารไปวันที่5เวลาเที่ยงครึ่งมีโทรศัพท์จากคนที่บอกว่าเป็นเลขาผู้จัดการซึ่งผู้จัดการชื่อ พากร โทรมา Confirm ว่ามาทันเวลาหรือเปล่าเก่งก็บอกว่าทันค่ะ เวลา 13.00 น ไปที่ตึก Home Of English พหลโยธิน เค้าบอกไปชั้น 4 ก็ขึ้นไป เห็นคนอยู่กันเยอะเลยค่ะ บอกเจ้าหน้าที่เค้าก็ให้กรอกใบสมัครอีกใบค่ะเป็นของ อยุธยาอลิอันซ์ ซีพี ก็คิดว่าคงเป็นเอเจนซี่ด้วยมั้งก็กรอกไม่คิดไรมาก มันสะดุดที่พอกรอกเสร็จมีคนมาแนะนำตัวอธิบายเกี่ยวกับการสรรหาผู้บริหารในธุรกิจขายประกันค่ะ นั่งฟังแบบเซ็งๆกะว่าจะกลับแต่ดันโดนเรียกไปสัมภาษณ์ เค้าก็รับเลย ที่นี่เค้าบอกว่า 2อาทิตย์แรกให้มาอบรม 2อาทิตย์ต่อมาออกภาคสนาม เดือนที่2 แต่งตั้งเป็น Pre AL อะไรไม่รู้ เงินเดือนก็เกิน5หมื่นนะที่เค้าเอามาให้ดู แสดงว่าโดนหลอกให้มาทำงานขายประกัน เซ็งมั้ยละคะ ก็ไม่ทำหรอกเพราะไม่เคยสมัครหรือเข้าเว็บหางานพวกนี้เลยค่ะ ไม่เคยแม้แต่ครั้งเดียวเพราะไม่ชอบอยู่แล้ว เลยงง ว่าเอาเบอร์มาจากไหน รู้ชื่อรู้ประวัติหมด เก่งเองก็ไม่ถามอะไรให้ละเอียด ถามแค่งานอะไร ที่ไหน แค่นั้น เลยโดนหลอกเลย แถมอ้างว่ามาจาก Home Of English ซึ่งที่จริงน่าจะบอกว่ามาจากบริษัทขายประกันแต่เอาชื่อสถาบันสอนภาษามาอ้างแบบนี้น่าเกลียดค่ะ เป็นธนาคารที่มีชื่อเสียงแต่ทำเหมือนมิจฉาชีพ เสียหมดค่ะ ทางธนาคารควรตรวจสอบพฤติกรรมบริษัทลูกหน่อยนะคะและพนักงานในบริษัทด้วยทำแบบนี้มากี่ครั้งก็ไม่รู้ ขายประกันก็บอกขายสิคะไม่ใช่อ้างโน่นอ้างนี่ มันน่าเกลียดจริง บอกเลยว่าจะไม่ทำอะไรกับธนาคารนี้อีกเลยที่โมโหเพราะมันเสียความรู้สึกค่ะกับการกระทำแบบนี้ วันที่ 5 นี้เก่งนัดเพื่อนจะไปเลี้ยงข้าวเด็กกำพร้าที่คลองเตย แต่ก็มาสัมภาษณ์งานซะก่อนเพราะเค้านัดวันนี้ แต่เจอแบบนี้เสียอารมณ์ เสียเวลา เสียความรู้สึก รู้งี้ไปเลี้ยงข้างเด็กให้อารมณ์ดี มีความสุข ได้บุญ ดีกว่ามาเจอเรื่องซวยๆแบบนี้ค่ะ
เรื่องที่สองเป็นของเพื่อนสนิทค่ะทำงานเป็นหมออยู่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพเค้าเล่าว่ามีคนอายุ40กว่าๆเข้ามาที่โรงพยาบาลบอกว่ามาจากธนาคารทหารไทร มีนามบัตร มีเอกสารเรียบร้อยค่ะเข้ามาขายบัตรเครดิต เดินหาลูกค้าทั้งวันเลยค่ะเค้าให้เอกสารกับเพื่อนและเพื่อของเพื่อนบอกว่าสมัครแล้วได้ Flash drive 4G ค่ะด้วยความอยากได้ Flash drives 4G เลยถามไปว่าสมัครแล้วยกเลิกเลยได้มั้ย เพราะหมอส่วนใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ CITYBANK กสิกร กรุงเทพ HSBC เค้ามาทำให้ตั้งแต่4-5 ปีที่แล้วแล้วค่ะมีกันหมดแล้ว เค้าบอกว่าได้เพราะเค้าต้องทำยอกเฉยๆค่ะ ก็เลยมาปรึกษาเก่งก็บอกว่าถ้าทำแล้วยกเลิกเลยก็ทำไปเถอะ วันรุ่งขึ้นก็ยังไม่ได้เตรียมเอกสารให้ค่ะ พนักงานคนนั้นเค้าก็โทรมาเร่ง เพื่อนของเพื่อนเก่งก็บอกว่าเอกสารยังไม่ได้เตรียมให้ส่งใบสมัครไปก่อนแล้วเอกสารพวกทะเบียนบ้าน บัตรประชาชนส่งตามไปทีหลังได้มั้ย พนักงานบอกว่าทางธนาคารเค้าเร่งต้องส่งวันนี้ เพื่อนของเพื่อนก็โมโหไปเลยค่ะ วางสายแล้วโทรไปที่ธนาคารสำนักงานใหญ่บอกพนักงานชื่อนี้ๆๆ ทางธนาคารบอกว่าไม่มีพนักงานชื่อนี้เป็นพนักงานของบริษัทนายหน้าขายประกันของธนาคารเท่านั้นค่ะ แต่คนนั้นเค้าอ้างว่าเป็นพนักงานของธนาคาร เซ็งอีกรอบเลยค่ะ เพื่อนของเพื่อนเก่งโทรกลับไปด่าเลยค่ะ ขู่ด้วยว่าถ้าโทรมาอีกจะแจ้งความ
เรื่องที่เจอมา2เรื่องอยากให้เพื่อนๆเก็บไปคิดค่ะว่าตอนนี้มีการรับสมัครงานแบบนี้ และไม่รู้ว่าเวบรับสมัครงานทั้งหลายจะเก็บข้อมูลเราไว้เป็นความลับจริงหรือเปล่ายังไงก็ระวังตัวด้วยค่ะอีกเรื่องคือถ้ามีคนมาขายบัตรหรือสินค้าอะไรก็ตามลองตรวจสอบให้ดีค่ะ เก่งกับเพื่อเจอแค่นี้ยังไม่เสียเงินทองอะไร แต่บางคนอาจจะเสียเงินไปเยอะเลยยังไงก็ฝากเตือนภัยกันด้วยค่ะ

คนขายประกันนี่นอกจากจะเซ้าซี้ลูกค้าจนน่ารำคาญ แล้วยังใช้วิธีแบบนี้หาคนขายประกันด้วยหรือเนี่ย
#1 By นักอยากเขียน on 2009-03-06 09:18