เทพมรณะ
posted on 27 May 2008 16:40 by kannikaphanyeeเทพมรณะ หรือ บลีช (「ブリーチ」 Burīchi – ในชื่ออังกฤษว่า Bleach?) เป็นผลงานการ์ตูนญี่ปุ่นของคุโบะ ไทเทะ ซึ่งในขณะนี้ถูกตีพิมพ์ลงนิตยสารโชเน็นจัมป์รายสัปดาห์ในประเทศญี่ปุ่น ส่วนในประเทศไทยนั้น บลีชกำลังถูกตีพิมพ์ในนิตยสารบูม โดยมีสำนักพิมพ์เนชั่น เอ็ดดูเทนเมนท์เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ นอกจากนี้ ในปัจจุบันบลีชกำลังถูกสร้างเป็นภาพยนตร์การ์ตูนออกอากาศทางสถานีทีวีโตเกียวทุกวันอังคารเวลา 19.28 - 19.55 น. ตามเวลาประเทศญี่ปุ่น และในเมืองไทยฉายที่ช่อง ทรู สปาร์ค ปี 3 เริ่มวันที่ 18 มิถุนายน 2551 ทุกวันจันทร์-พุธ เวลา 19.00 - 19.30 น. และลิขสิทธิ์ DVD และ VCD ในเมืองไทยโดย โรส มิเดีย เอ็นเตอร์เทนเมนต์
ภาคโซลโซไซตี้เทพมรณะเป็นเรื่องของ คุโรซากิ อิจิโกะ (黒崎一護) นักเรียนมัธยมปลายอายุ 15 ปีผู้มีความสามารถมองเห็นวิญญาณ อิจิโกะได้พบกับชินิกามิ (ยมทูต) หญิงชื่อคุจิกิ ลูเคีย (朽木ルキア) ในขณะที่เธอกำลังตามล่าฮอลโลว์ (Hollow - วิญญาณปีศาจที่กินวิญญาณของมนุษย์เป็นอาหาร) ตนหนึ่ง ลูเคียเสียท่าให้กับฮอลโลว์ตนนั้นจึงจำเป็นต้องถ่ายทอดพลังของชินิกามิให้กับอิจิโกะ นับจากนั้น อิจิโกะจึงต้องทำหน้าที่ชินิกามิแทนลูเคียจนกว่าพลังของเธอจะกลับมา
หลังจากนั้น ทางโซลโซไซตี้เกิดระแคะระคายเรื่องของคุจิกิ ลูเคีย ว่าดูผิดสังเกตอย่างมาก จึงส่งยมทูตไปตรวจสอบและพบว่าลูเคียนั้นได้มอบพลังยมทูตของตนให้แก่อิจิโกะไปแล้ว ซึ่งทางโซลโซไซตี้นั้นถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง จึงส่งอาบาราอิ เร็นจิ(รองหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ที่หก)และคุจิกิ เบียคุยะ(พี่ชายของลูเคีย/หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ที่หก)คุมตัวลูเคียกลับไปโซลโซไซตี้ อิจิโกะจึงพาพรรคพวก(ได้แก่ อิชิดะ อุริว,ซาโดะ ยาสึโทระ,อิโนะอุเอะ โอริฮิเมะ ชิบะ กันจูและ ชิโฮอิน โยรุอิจิ) ไปช่วยคุจิกิ ลูเคีย
เมื่อไปถึงเซเรย์เทย์ ทุกคนก็ได้แยกย้ายกันไปตามจุดโดยอิจิโกะต้องสู้กับนักสู้ลำดับ 3 มาดามาเระ อิกคาคุ ส่วนกันจูต้องสู้กับ นักสู้ลำดับ 5 ยูมิจิกะ ซึ่งทั้ง 2 คนก็ชนะผ่านมาได้อย่างง่ายดาย ในระหว่างทางทั้ง 2 ก็ได้ไปพบ ฮานาทาโร่ นักสู้ลำดับ 7 ของหน่วย 4 ซึ่งต้องการจะช่วยลูเคียออกมา แต่ในระหว่างทางที่ไปหอสำนึกผิด ซึ่งเป็นที่ๆลูเคียถูกขัง พวกอิจิโกะได้ไปเผชิญหน้ากับ อาบาราอิ เร็นจิ รองหัวหน้าหน่วย 6 จึงได้สู้กัน ผลคือ อิจิโกะ ชนะ แบบ สะบักสะบอม ฮานาทาโร่จึงช่วยรักษาให้
ในด้านของแช้ด เขาได้เข้าไปในหน่วย 8 และได้จัดการนักสู้ลำดับ 3 ในเวลาต่อมา เขาต้องพบกับ เคียวราคุ ซุนซุย หัวหน้าหน่วย 8 ซึ่งเขาไม่สามารถที่จะสู้ได้จึงต้องพ่ายแพ้ไปและ ต้องถูกนำตัวไปขัง ในด้านของอุริว เขาได้เผชิญหน้ากับ คุโรซึจิ มายูริ หัวหน้าหน่วย 12 และ คุโรซึจิ เนมุ รองหัวหน้าหน่วย 12 ซึ่งเขาจำต้องใช้พลังขั้นสุดยอดแลกกับพลังของการเป็นควีนซี่ ทำให้เขาสามารถชนะได้ แต่เมื่อไปถึงหอสำนึกผิด โทเซ็น คานาเมะ หวหน้าหน่วย 9 ก็ได้มาดักรออยู่แล้ว เนื่องจากร่างกายที่สะบักสะบอมและพลังของเขาที่เพิ่งใช้หมดไป จึงต้องพ่ายแพ้อย่างน่าเสียดาย ทำให้อุริวต้องถูกขังคุกเหมือนกับแช้ด
กลับมาที่ด้านของอิจิโกะ กันจู และฮานาทาโร่ เขาต้องเผชิญหน้ากับ หัวหน้าหน่วย 11 ซาราคิ เคมปาจิ ซึ่งเขาได้บอกให้ฮานาทาโร่ และ กันจูหนีไป ส่วนตัวเขานั้นจะสู้เอง อิจิโกะทำการต่อสู้กับเคมปาจิ ซึ่งพลังของเขาไม่สามารถสู้ได้เลย จึงได้ร่วมมือกับซันเงสึ ทำให้สามารถชนะได้แต่ร่างกายที่สู้ต่อไม่ไหวเขาจึงต้องนอนอยู่ตรงนั้นต่อไป แต่ โยรุอิจิมาช่วยรักษาให้จนอิจิโกะหายดี เมื่อหายดีแล้ว อิจิโกะก็ได้รีบเร่งไปช่วยลูเคีย โดยที่โยรุอิจิยังไม่ได้บอกให้ไป
ในด้านของกันจูที่ เขาได้ไปพบลูเคียแล้ว แต่ก็ได้เผชิญหน้ากับ คุจิกิ เบียคุยะ หัวหน้าหน่วย 6 ซึ่งเบียคุยะใช้ เซ็มบงซากุระ ดาบฟันวิญญาณของเขาจัดการกันจูอย่างง่ายดาย แล้วอิจิโกะก็มาช่วย หลังจากสู้ไปได้ไม่นานโยรุอิจิก็ได้บังคับพาตัวอิจิโกะกลับไป ส่วนฮานาทาโร่และกันจูก็ถูกจับขังคุก
ในระหว่างนั้นอิจิโกะได้ฝึกฝนตัวเองกับซันเงสึ เพื่อฝึกฝนการใช้ปลดปล่อยสวัสดิกะ ซึ่งเขามีเวลาแค่ 3 วันเท่านั้น ซึ่งไม่นานเขาก็สำเร็จ และในเวลานั้นเอง เรนจิก็ได้คิดทรยศไปช่วยลูเคีย ซึ่งเขาต้องเผชิญกับ เบียคุยะ หัวหน้าหน่วยของเขา แต่เนื่องจากเบียคุยะใช้ปลดปล่อยสวัสดิกะ ทำให้เร็นจิต้องพ่ายแพ้ไป แต่แล้วฮานาทาโร่กับริคิจิก็ได้มาช่วยรักษาแผลให้เขา ทำให้เร็นจิสามารถกลับไปต่อสู้ได้
ในด้านของซาราคิ เขาได้พาโอริฮิเมะไปช่วยกันจู แช้ด และอุริวแล้วจึงพาทุกคนไปหยุดการประหารลูเคียแต่ก็ต้องเผชิญหน้ากับโทเซ็น และโคมามูระซึ่งซาราคิก็เอาชนะโทเซ็นได้อย่างง่ายดาย แต่เมื่อซาราคิจะฆ่าโทเซ็น โคมามูระก็ได้มาขวางไว้และได้ใช้ปลดปล่อยสวัสดิกะ แต่พอสู้ได้ไม่นาน โคมามูระก็หนีไปดื้อๆ
ในด้านของลูเคีย การประหารได้เริ่มขึ้นแล้วแต่แล้วอิจิโกะก็ปรากฏออกมาพร้อมกับทำลายแท่นประหาร ส่วนเร็นจิที่ตามมาก็ได้พาลูเคียหนีไป จากนั้นหัวหน้าหน่วย 13 อุคิทาเกะ จูชิโร่และ ซุนซุยก็ได้ปรากฏมาและได้ทำลายเครื่องประหารชื่อว่าโซเคียคุทิ้งจึงเกิดการต่อสู้กัน โดยที่อิจิโกะสู้กับเบียคุยะ อุคิทาเกะและซุนซุยสู้กับ ยามาโมโตะ โยรุอิจิสู้กับซุยฟง
ในด้านของอุคิทาเกะ ซุนซุย และยามาโมโตะ ทั้งสามหลังจากสู้กันได้ไม่นานก็ได้โดยปลดปล่อยดาบของตนออกมา ส่วนด้านโยรุอิจิกับซุยฟง หลังจากที่สู้กันไม่นาน ซุยฟงได้ปลดปล่อยดาบและใช้วิชาสุดยอดของหน่วยสังหาร ซึ่งทำให้โยรุอิจิถึงกับต้องแสดงพลังสุดยอดออกมา จึงทำให้ซุยฟงต้องพ่ายแพ้ไป ส่วนด้านอิจิโกะกับเบียคุยะ ทั้งสองสู้กันอย่างสูสีจนทำให้เบียคุยะต้องปลดปล่อยสวัสดิกะ เซ็มบ้งซากุระ คาเงโยชิ ซึ่งทำความเสียหายอย่างมากจนอิจิโกะต้องใช้ปลดปล่อยสวัสดิกะ เท็นสะ ซันเงสึหลังจากที่ฝึกมา 3 วัน ซึ่งจากการที่ปลดปล่อยสวัสดิกะนั้นได้สร้างความเสียหายจนทำให้ เบียคุยะต้องใช้ เซ็มบ้งซากุระ คาเงโยชิ ซูเคย์ ที่แปรสภาพจากซากุระมาเป็นดาบ หลังจากสู้ต่อไป ก็ได้เบียคุยะเกือบชนะอิจิโกะ แต่ร่างฮอลโลว์ของ อิจิโกะก็ได้เข้าแทรกและได้เล่นงานเบียคุยะซะน่วม แต่สุดท้ายอิจิโกะก็ได้กลับมาร่างเดิมและทั้ง 2 ฝ่ายได้งัดพลังสุดยอดออกมาใช้ และได้ปะทะกัน ผลที่ออกมาคือ อิจิโกะชนะ แล้วโอริฮิเมะกับคนอื่นก็มารับ
ในระหว่างนั้นงินได้ชวนฮินาโมริเข้ามาในหอแห่งหนึ่งพอฮินาโมริหันหลังไปก็ได้พบกับ หัวหน้าหน่วย 5 ไอเซ็น โซสึเกะ ซึ่งไอเซ็นได้ฆ่าฮินาโมริหลังจากที่เดินมาปลอบ ในเวลานั้นเอง โทชิโร่ ก็ได้มาเจอพอดีจึงโกรธมาก เลยใช้ปลดปล่อยสวัสดิกะ แต่ก็ยังสู้ไม่ได้ ซึ่งเป้าหมายของไอเซ็นคือโฮเงียคุซึ่งอยู่ในตัวลูเคีย โดยที่เขามี งินและโทเซ็น เป็นลูกน้อง จึงได้ตามไปหาเร็นจิ และได้ใช้กำลังเอาตัวลูเคียมา แต่อิจิโกะก็มาขวางแต่เขากลับสู้ไอเซ็นไม่ได้เลย ถึงแม้จะร่วมมือกับเร็นจิก็ตาม
หลังจากที่ไอเซ็นได้โฮเงียคุมาแล้วก็ได้ให้งินฆ่าลูเคีย แต่เบียคุยะกลับมาขวางทำให้ลูเคียรอดตาย และหัวหน้าหน่วยทั้งหมดก็ได้ยกเลิกการต่อสู้กันและได้มาหาไอเซ็น งิน และ โทเซ็น แต่ก็ได้มีแสงจากเมนอสมารับทั้ง 3 คน ทำให้หัวหน้าหน่วยที่เหลือทำอะไรไม่ได้เลย
หลังการกบฎของไอเซ็น อิจิโกะก็ได้กลับโลกมนุษย์พร้อมกับคนที่เหลือ โดยลูเคียบอกว่าจะอยู่โซลโซไซตี้ และในชั้นเรียน อิจิโกะได้พบกับ ฮิราโกะซึ่งเป็นไวเซิร์ด ฮิราโกะได้ชักชวนให้อิจิโกะมาเป็นพวกเดียวกันแต่อิจิโกะกลับปฏิเสธ และในระหว่างนั้นเอง เมนอส 2 ตัว ก็ได้ปรากฏตัวมาซึ่งตัวแรก ริวเคน พ่อของอุริว เป็นคนจัดการ ส่วนแกรนด์ฟิชเชอร์ อิชชิน พ่อของอิจิโกะเป็นคนจัดการ
ภาคอารันคาร์
ในวันรุ่งขึ้นอิจิโกะก็ได้เจอฮิราโกะที่ยังตื๊อไม่หยุดแม้ว่าจะไล่ยังไงชินจิก็ยังจะตื๊อต่อไปจนกว่าอิจิโกะจะมาเป็นพวกไวเซิร์ด หลังจากนั้นไม่นานอารันคาร์ (ฮอลโลว์ที่ถอดหน้ากากออก) 2 ตนก็ได้ปรากฏตัวขึ้นที่โลกมนุษย์พร้อมกับดูดกลืนวิญญานมนุษย์ไปเป็นจำนวนมาก แช้ดกับอิโนะอุเอะจึงต้องไปหยุดยั้ง แต่แช้ดก็ถูกยามี่ หนึ่งในอารรันคาร์ที่มาบุกทำลายแขนขาด ส่วนอิโนะอุเอะที่กำลังจะถูกจัดการก็ได้มีอิจิโกะมาช่วย อิจิโกะได้ปลดปล่อย สวัสดิกะ และได้ทำการซ้อมยามี่ซะน่วม จนยามี่ต้องใช้ดาบฟันวิญญาน แต่ในระหว่างนั้นอิจิโกะก็ถูกเข้าแทรกโดยด้านโฮลโลว์หรืออิจิโกะสีขาว ทำให้เขาถูกยามี่ซ้อมซะเอง แต่ก่อนที่เขาจะโดนจัดการ โยรุอิจิกับคิสึเกะก็มาช่วย
โดยทั้ง 2คนได้ซ้อมยามี่ซะน่วมทำให้ยามี่โกรธจนต้องใช้ซีโร่ แต่ก็ถูกทำลายโดยเบนิฮิเมะของคิสึเกะ ขณะที่คิสึเกะกำลังจะปลิดชีพยามี่นั้น อุลคิโอร่า อาร์รันคาร์อีกคนก็ได้มาปัดคลื่นพลังที่คิสึเกะปล่อยออกมาเพื่อจัดการยามี่ทิ้งพร้อมกับซัดยามี่ไป 1 ทีแล้วจึงกลับไป ส่วนโอริฮิเมะกับ อิจิโกะก็ถูกพาตัวไปรักษา
ในเวลาต่อมา ยูมิจิกะ อิกคาคุ โทชิโร่ รันงิคุ และลูเคียก็ได้มาโลกมนุษย์ พร้อมกับอธิบายเรื่องฮอลโลว์ชันเมนอส กับ อาร์รันคาร์ให้อิจิโกะฟัง โดยอาร์รันคาร์ก็คือฮอลโลว์ที่ไขว่คว้าพลังยมทูตด้วยการถอดหน้ากากออก ถ้าเป็นฮอลโลว์ธรรมดาที่กล้ายเป็นอารันคาร์นั้นไม่ค่อยน่าหนักใจมากนัก แต่ ฮอลโลว์ชั้นเมนอสกรังเด้ที่กลายเป็นอารันคาร์จะน่ากลัวกว่า โดยเมนอสกรังเด้ยังแยกย่อยได้อีก 3 ชนิด คือ 1.กิลเลี่ยน มีจำนวนมาก ระดับพอๆกับทหารเลว ตัวใหญ่ 2.แอดจูคาส มีจำนวนน้อยกว่ากิลเลียน ฝีมือเก่งกว่ากิลเลียน ตัวเล็กกว่ากิลเลียน มีสติปัญญามากขึ้น และ 3.วาสโทรเด้ มีขนาดเล็กเท่ามนุษย์ ฝีมือสุดยอด ตัวเท่ามนุษย์ ระดับพลังวิญญาณสูงกว่าระดับหัวหน้าหน่วยด้วยซ้ำ ดังนั้นหากมีระดับวาสโทรเด้ที่กลายเป็นอารันคาร์สัก 20 คน โลกและโซลโซไซตี้พินาศแน่ ยามี่ กลับไปรายงานไอเซ็น ก็ได้พบว่ามีอาร์รันคาร์มากถึง 20ตน ซึ่งอุลคิโอร่าได้แสดงให้ไอเซ็นดูเกี่ยวกับการต่อสู้ทั้งหมด
หลังจากนั้นกริมจอว์ ผุ้เป็นหนึ่งใน 10 อารันคาร์ที่มีฝีมือสูงสุด(เอสปาด้า) เขาเป็นผู้มีความสามารถในลำดับ 6 ก็ได้บุกไปโลกมนุษย์ พร้อมกับ นาคีม อิลฟอร์ท เอโดราโด้ เชาหลง และดีรอย แต่ทุกคนก็ถูกกำจัดหมดยกเว้น กริมจอว์ โดยอิลฟอร์ท ถูกเร็นจิจัดการ นาคีมถูกรันงิคุจัดการ เอโดราโด้ถูกอิคาคุจัดการ ดีรอยถูกลูเคียจัดการ และเชาหลงถูกโทชิโร่จัดการ ส่วน กริมจอว์ได้สู้กับอิจิโกะแต่ใระหว่างทางโทเซ็นมารับ กริมจอว์จึงต้องกลับไปก่อน ทำให้อิจิโกะรอดเพราะกริมจอว์เกือบจะปลดปล่อยดาบแล้ว
หลังจบศึกสู้กับอาร์รันคาร์ชุดที่ 2 อิจิโกะได้ไปหาพวกไวเซิร์ดเพื่อที่จะหาวิธีกำราบฮอลโลว์ในตัวเขา ทำให้เขาต้องต่อสู้กับอีกด้านหนึ่งของเขาจนเอาชนะมาได้ด้วยการเร่งเร้า "สันชาตญาณ" ขึ้นมาข่มด้านฮอลโลว์เอาไว้ ต่อมาอิจิโกะ ได้ฝึกการแปลงสภาพเป็นฮอลโลว์ แต่ก็แปลงเป็นฮอลโลว์ได้นานแค่ 11 วินาที
ต่อมาไอเซ็นได้ทดลองปลดปลอ่ยสภาพจำศีลของโฮเงียคุได้สำเร็จด้วยการผสานพลังเข้ากับผู้ที่มีพลังกดดันวิญญาณในระดับหัวหน้าหน่วย(ซึ่งก็คือตัวเขาเอง) แล้วทดลอง สร้างอารันคาร์จากฮอลโลว์ปริศนาร่างเล็กเท่ามนุษย์(คาดว่าเป็นระดับอาจูคาสหรือวาสโตรเด)ที่ชื่อว่าวอนเดอร์ไวซ์ มัลเจร่า และหลังจากนั้นไอเซ็นก็ได้ส่งอารันคาร์ 4 ตน ไปบุกโลกมนุษย์ ซึ่งได้แก่ กริมจอว์ ยามี่ วอนเดอร์ไวซ์ และลูปี จึงได้เกิดการต่อสู้กัน ระหว่าง อารันคาร์กับยมทูต โดย อิจิโกะสู้กับกริมจอว์ ยามี่สู้กับคิสึเกะ วอนเดอร์ไวซ์นั่งเอ๋อ และลูปีสู้กับ โทชิโร่ ยูมิจิกะ อิกคาคุ และ รันงิคุ โดยผลออกมาคือ คิสึเกะเล่นงานยามี่ซะยับเยิน วอนเดอร์ไวซ์ยังคงนั่งเอ๋อต่อไป ลูปี ถูก โทชิโร่จัดการ ส่วนกริมจอว์ถูกชินจิซ้อม และ ในระหว่างนั้นเอง อุลคิโอร่าก็ได้มาห้ามกริมจอว์ไว้เนื่องจากภาระกิจชิงตัวโอริฮิเมะจบแล้ว อารันคาร์ทั้ง 5 จึงเดินทางกลับลาส์นอเช่ไป
หลังจากที่ทุกคนรู้ว่าโอริฮิเมะถูกอารันคาร์ลักพาตัวไป ก็ได้คิดจะไปช่วยแต่ถูกหัวหน้าใหญ่ ยามาโมโตะห้าม จึงต้องเดินทางกลับไปกันหมดทุกคน เหลือแต่อิจิโกะคนเดียว ซึ่งเขาก็ได้คิดจะไปช่วยโอริฮิเมะ เมื่อ อุริวกับแช้ดรู้ข่าว ก็ได้คิดจะไปช่วยโอริฮิเมะพร้อมกับอิจิโกะด้วยโดยก่อนหน้าที่จะไปฮูเอโก้ มุนโด้ อิจิโกะได้ไปโรงเรียนอีกครั้ง อาริซาว่า ทัตสึกิ เข้าไปถามอิจิโกะด้วยอาการโกรธแค้นเพราะอิจิโกะน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่โอริฮิเมะหายตัวไปมากที่สุด และได้ถามว่าโอริฮิเมะหายไปไหน เพราะ เธอไปหาที่บ้านก็ไม่พบ แต่อิจิโกะก็บอกทัตสึกิไม่ได้ และทัตสึกิจึงสารภาพว่าเธอได้เห็นอิจิโกะใส่ชุดของยมทูตต่อสู้กับอารันคาร์หลายครั้ง และขอให้อิจิโกะสารภาพความจริงทั้งหมด แต่อิจิโกะกลับปฏิเสธ
หลังเลิกเรียน เพื่อนๆ ของอิจิโกะ ซึ่งมี อาริซาว่า ทัตสึกิ อาซาโนะ เคโงะ โคจิมะ มิซึอิโระ ตามอิจิโกะไปยังร้านของอุราฮาร่า และก็ได้รู้ความจริงว่า ที่อิจิโกะทำไปก็เพราะเป็นห่วงโอริฮิเมะเหมือนกัน ทั้ง 3 บุกเข้าไปยังฮูเอโก้ มุนโด้ จนเหล่าเอสปาด้า รู้ตัว ทั้งแช้ด และอุริวได้จัดการอารันคาร์ที่เข้ามาขวาง ทั้ง 2 ตน และออกได้จากรังลับของอารันคาร์ และได้มาอยู่ตรงหน้าปราสาทและได้เดินทางเข้าไป
อีกด้านของของเหล่าเอสปาด้าได้ประชุมกันเพื่อรับมือกับเหล่าผู้บุกรุก จนเมื่อกริมจอว์ได้รู้ว่ามีอิจิโกะบุกเข้ามาด้วย ก็อยากจะสู้กับอิจิโกะ หลังจากจบการประชุมของเหล่าเอสปาด้า อุคิโอร่าที่มีหน้าที่ดูแลโอริฮิเมะก็ได้บอกแก่โอริฮิเมะว่า ได้มีเพื่อนมาช่วยโอริฮิเมะแล้ว
ทางฝ่ายของอิจิโกะเดินเท่าไหร่ก็ไม่ได้เข้าใกล้ ลาส์ นอเช่ เลย ทั้ง 3 เลยหยุดพัก ระหว่างนั้นก็ได้พบกับ อารันคาร์ 3 ตน ประกอบไปด้วย เนล เปชเช่ ดอนโดแจ็ค และสัตว์เลี้ยงชื่อ บาวาบาว่าโดยเข้าใจผิดว่าเนลเป็นมนุษย์เลยเข้าไปช่วย แต่เมื่อเห็นเนลมีหน้ากากเลยรู้ความจริงว่าเป็นฮอล์โลว์ ทั้ง 6 เลยขี่บาวาบาว่า ไปลาส์ นอเช่ และได้พบกับผู้เฝ้าชื่อลูนูกังก้า เลยต่อสู้กันแต่ไม่ได้รับชัยชนะ แต่ก็ได้รู้จุดอ่อนคือต้องใช้น้ำในการต่อสู้ แต่ก็ไม่สามารถหาน้ำได้เพราะอยู่ในทะเลทราย ในที่สุดก็มีท่าจากดาบฟันวิญญาณของลูเคีย(โซเดะโนะชิรายูกิ)มาช่วย ลูเคีย และเร็นจิที่มาช่วยอิจิโกะ ทั้งคุจิกิและเร็นจิได้หลบหนีจากโซล โซไซตี้จากการรู้เห็นของคุจิกิ เบียคุยะ ทั้ง 2 ก็ได้ว่ากล่าวอิจิโกะที่ด่วนเข้าฮูเอ้โก้ มุนโด้ หลังจากนั้นทั้ง อิจิโกะ และเร็นจิก็พังกำแพงด้านข้างของ ลาส์นอเช่สำเร็จ เหล่ายมทูตทั้ง 5 คน เมื่อเข้าฮูเอโก้ มุนโด้ต่าง ก็แยกทาง กันไปได้ 5 ทางและสัญญาว่าจะต้องรอดกลับมาอีกครั้ง ก็เหลือแต่อารันคาร์ เนลจึงเลือกทีจะตาม อิจิโกะไป เปชเช่ ก็ตามเนลไป แต่ผิดทาง ไปพบกับอุริว ดอนโดแจ็ค ก็ตามเนลไปเหมือนกันแต่เจอกันเร็นจิแทน
อิจิโกะได้ไปยังรังของเทรซซีรัฟ(3หลัก)หรือพีวารอน(เหล่าเอสปาด้าตกชั้น,อดีตเอสปาด้า)และได้ต่อสู้กับ อารันคาร์ No.103 ดอนโดนี่คิดว่าถ้าตนชนะอิจิโกะได้จะได้กลับไปเป็นเอสปาด้าดังเดิมจึงท้าอิจิโกะให้ปลดปล่อยสวัสดิกะและแปลงร่างเป็นฮอลโลว์โดยทำร้ายเนลเป็นตัวกระตุ้น สุดท้ายก็แพ้และถูกหน่วยเอ็กซีคิวส์(หน่วยล่าสังหาร)ที่ซาเอล อพอลโล่ส่งออกไปเก็บ อุริวก็สู้กับจิรุจิอารันคาร์ No.105 จิรุจจิแพ้และโดนหน่วยเอ็กซีคิวส์(หน่วยล่าสังหาร)เก็บเหมือนกับดอนโดนี่ส่วนแช้ดก็ได้แสดงพลังที่แท้จริงของแขนทั้งสองข้างของเขาออกมาขณะต่อสู้กับอารันคาร์ No.107 กันเทนไบน์ มอสเคด้า จนสามารถเอาชนะได้ไปได้อย่างสบายด้วย"ลาร์มูเอเต้"(การโจมตีของจอมมาร)ส่วนลูเคีย เจอกับ เอสปาด้าหมายเลข 9 อาโรนีโร่ อัลลูรี่ ปลอมเป็นไคเอ็นแต่ก็ชนะมาได้ด้วยระบำที่3 ชิราฟุเนะ(ดาบสีขาว) แต่ก็ไม่ทราบว่าตายรึยังเพราะถูกหอกแทงทะลุร่าง ส่วนเร็นจิเมื่อเจอกับดอนโดแจ็ค ก็ตกลงไปในหลุมพรางของ เอสปาด้าหมายเลข 8 ซาเอล อะพอลโล แกรนซ์แต่ก็ไม่สามารถเชนะได้เพราะดาบถูกสะกดไม่ให้ปลดปล่อยสวัสดิกะ
แต่แล้วหลังจากที่แช้ดชนะ เขาก็ต้องเจอกับเอสปาด้าหมายเลข 5 อย่างนอยโทร่าจึงได้แพ้ราบคาบ เพราะ ลาร์มูเอร์เต้ของแช้ดนั้นไม่สามารถโจมตีทะลุ"ฮิเอโร่"(ผิวเหล็ก)ของนอยโทร่าได้ และ โล่ของเขาก็ไม่สามารถป้องกันการโจมตีของ"ซานต้า เทเรซ่า"ดาบฟันวิญญาณของนอยโทร่าได้ ทางฝั่งอิจิโกะที่ได้เผชิญหน้ากับอุลคิโอร่านั้นอิจิโกะได้ปลดปล่อยสวัสดิกะเข้าต่อสู้เเละเเปลงเป็นฮอลโลว์เข้าโจมตีเเต่อุลคิโอร่าใช้เเค่เเขนข้างเดียวซัดอิจิโกะกระเด็นเเละหน้ากากก็เเตก เเละในที่สุดอิจิโกะรู้ว่าอุลคิโอร่าไม่ใช่เอสปาด้าหมายเลข1เเต่เป็นหมายเลข4(Cuator Espada )เเละใช้ซีโร่ซัดอิจิโกะตกลงไปแล้วเจาะรูที่หน้าอกตำแหน่งเดี่ยวกับของตน
ตัดกลับมาที่อุริวซึ่งชนะจิรุจจิแล้วก็ได้ไปเจอกับเร็นจิที่สู้อยู่กับ อะพอลโล แล้วอุริวได้ช่วยต่อสู้โดยใช้ สเปรงเกอร์(ขอบเขตทำลายล้าง)ซึ่งใช้ เซ่เล่ชไนเดอร์ วางเป็นรูปกางเขนควินซี่แล้วหยดอณูวิญญาณควบแน่นลงไปทำให้เกือบชนะ อะพอลโล แต่เพราะ อะพอลโล กิน ฟรานเชี่ยน ของเขาทำให้รักษาอาการบาดเจ็บได้หมด ตัดกลับไปที่อิจิโกะที่นอนสลบอยู่แล้วกริมจอว์ ก็โผล่มาโดยพา อิโนะอุเอะ มาด้วยแล้วให้รักษา อิจจิโกะ เพราะจะสู้กับอิจจิโกะในสภาพที่ไม่มีบาดแผล ระหว่างรักษา อุลคิโอร่า ก็โผล่มานำตัวอิโนอุเอะกลับไป แต่กริมจอว์มาขวางไว้เลยเกิดการปะทะขึ้นแล้วกริมจอว์ก็ใช้ คาฮาเนกาเชี่ยน ขังอุลคิโอร่าไป เมื่ออิจิโกะฟื้นแล้วก็ทำการต่อสู้ กับกริมจอว์
หลังจากที่อิจิโกะปลดปล่อยสวัสดิกะแล้วต่างฝ่ายต่างจู่โจมเข้าหากันทันที ท่ามกลางการต่อสู้นั้น เนลซึ่งเกลียดการต่อสู้ และเป็นห่วงอิจิโกะอีกทำให้เนลกลัวการต่อสู้มากยิ่งขึ้น แต่อิโนะอุเอะก็ยังคงปลอบประโลมว่าอิจิโกะต้องทำได้ และยังมั่นใจอีกว่าอิจิโกะต้องชนะเพื่อทำให้เนลสบายใจ ทั้งๆที่ตัวเธอเองนั้น ยังหวาดหวั่นในใจ การต่อสู้นั้นไม่มีใครต่างยอมใคร เพราะการต่อสู้นี้เป็นนัดชี้ชะตา และจะไม่มีใครขัดขวางได้ แต่แล้วกริมจอว์ก็ปล่อย ซีโร่ที่ทางอานุภาพมากที่สุดในหมู่เอสปาด้าคือ กรังด์ เรย์ ซีโร่(ลำแสงราชันย์ฮอลโลว์) แต่สิ่งที่อิจิโกะปล่อยออกมาคือ พลังของฮอลโลว์ในตัวอิจิโกะในรูปหน้ากากฮอลโลว์ ทำให้สิ่งที่กริมจอว์คาดหวังนั้นประสบผลแล้ว การที่กริมจอว์ปล่อยพลังนี้ออกมา อิโนะอุเอะและเนลก็รับรู้ถึงพลังนั้น ทำให้ความกลัวนั้นยิ่งน่าเกรงกลัวยิ่งขึ้นและยังสัญญาว่าจะทำให้มันจบลง
เมื่อสิ่งที่คาดหวังมาถึงก็ถึงเวลาที่กริมจอว์ปลดปล่อยดาบของตัวเองเช่นกัน "จงเสียดเสียง แพนเทร่า (ราชันย์พยัคฆ์)" อิจิโกะบอกให้อิโนะอุเอะกั้นโล่สามสวรรค์หน้าตัวเองกับเนล เมื่อการต่อสู้ดำเนินต่อไป อิจิโกะตะลึงกับแรงอัดเสียงของกริมจอว์ ไม่รอช้า กริมจอว์จู่โจมอิจิโกะอย่างรวดเร็ว ทำให้อิจิโกะบาดเจ็บอย่างไม่น่าสงสัย แถมยังดูถูกเพราะรู้ดีว่าฝีมือของอิจิโกะไม่ใช่แค่นี้ และอิจิโกะก็จู่โจมโดยใช้ เก็คขะ(เขี้ยวจันทรา) เท็นโช (ทะลวงสวรรค์)การบาดเจ็บของกริมจอว์ทำให้ความแค้นเกิดขึ้น กริมจอว์ตอบโต้อย่างไม่ยั้ง ทำให้หน้ากากของอิจิโกะแตกเหลือเศษส่วนเพียงเล็กน้อย แต่นั้นก็เป้นการกระตุ้นอิจิโกะด้วย ทำให้อิจิโกะต้องนำดาบที่คมกริบ ฟาดฟันกริมจอว์ด้วยพลังฮึดสุดท้าย กริมจอว์พ่ายแพ้อย่างหมดท่า แต่ดีใจได้เพียงไม่นานกริมจอว์ลุกขึ้นมาอย่างขี้แพ้ชวนตี แต่อิจิโกะไม่ต้องการจะต่อสู้แล้ว เพราะรู้ผลว่ากริมจอว์นั่นแพ้แล้ว แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น นอยโทร่า(เอสปาด้าหมายเลข 5) เข้ามาปรากฏตัวพร้อมโจมตีกริมจอว์ จนหมอบไป อิจิโกะที่หมดเรี่ยวแรง ผลจากที่ต่อสู้กับกริมจอว์เข้าต่อสู้ ระหว่างที่ทั้ง 2 กำลังต่อสู้กัน เนลที่สูญเสียหน้ากากฮอลโลว์ ได้ค่อยๆกลายร่างเป็นเนลเลียน ซึ่งก็คือ อดีตเอสปาด้าอันดับที่ 3 โดยเนเลียนต่อสู้กับดอยโทร่า ได้สูสี จนสามารถจะล้มได้แล้ว ทว่า เนลเลียนได้กลับคืนร่างเดิม อันตรายได้คลืบคลานสู่อิจิโกะ และ เนล ด้าน อิชิดะและเรนจิ ได้ต่อสู้กับ ซาเอลอพอลโล่ รอบ 2 คราวนี้ เขาได้ใช้ไม้ตายเหมือนตุ๊กตาลงทัณฑ์ ใช้ค่อยๆทรมานทั้ง 2 ดอนโคแจ๊ค และ เปชเช่ซึ่งรู้ถึงพลังของเนเลียนจึงเข้าปะทะกับซาเอลอพอลโลด้วยพลังที่ปกปิด ไว้ ทางอิจิโกะ ขณะที่กำลังจะจนมุม ซาราคิ เค็นปาจิ ก็เข้ามาช่วยอิจิโกะสู้กับ นอยโทร่าด้วย ทางด้านอิชิดะและเร็นจิ เมื่อจนมุม คุโรซึจิ มายูริและ เนม เข้ามาช่วยได้ทัน ซาเอล อพอลโล เมื่อสู้มายูริไม่ได้จึงสิงร่างเนม แล้วดูพลังงานวิญญาณ แต่ก็ไม่สามารถชนะมายูริที่มาพร้อมทรงผมใหม่ด้าน คุจิกิ เบียคุยะที่มาช่วยลูเคีย ก็เข้ามาสู้กับ โซมารี เอสปาด้า หมายเลข 7 ซึ่งสามารถเอาชนะได้ด้วยการใช้ เซมบ้ง ซากุระ คาเงโยชิ เช่นกันทางนอยโทร่าที่ถึงขั้นปลดปล่อยซาตานเทเรสซ่าและคำปลดปล่อยคือ"จงอ้อน วอน"แต่ก็พ่ายแพ้แก่ ซาราคิ แต่แล้ว โอริฮิเมะก็ถูก สตาร์ค จับตัวไป เมื่อพบกับไอเซ็น ไอเซ็นจึงจะไปหาโอเค็น ซึ่งดันเจอ 13 หน่วยพิทักษ์แห่งโซลโซไซตี้มา เพื่อขัดขวาง ซึ่งทาง ลาสต์นอเช่ ก็ฝากให้อุลคิโอร่าจัดการ ซึ่งมีการกล่าวถึงอดีตในโซลโซไซตี้ ฮิราโกะ ชินจิ(ตอนเป็นหัวหน้าหน่วย 5) และเหล่าไวเซิร์ดทราบข่าวเรื่องมียมทูตหายตัวไป เค็นเซย์ และ มาชิโระ จึงไปตรวจดู แต่ก็หายตัวไป พวกไวเซิร์ดคนอื่น (ดูตำแหน่งขณะนั้นที่หัวข้อ 13 หน่วยพิทักษ์) จึงไปดู ต้องปะทะกับพวกเค็นเซย์ที่เป็นฮอลโลว์ (อ่านใน BOOM ฉบับปี 2008 เล่มที่ 25-38) พวกฮิราโกะได้รู้ว่า ไอเซ็น อิจิมารุ และ โทเซ็น ได้ใช้พลังในการสะกดทุกคน (เคียวขะซุยเกสึ) ทำให้พวกฮิราโกะจนมุม เมื่อคิสึเกะมาช่วย พวกไอเซ็นกลับไปแจ้งข่าวว่า พวกฮิราโกะ และ อุราฮาร่า เป็นต้นตอของเรื่องการหายตัว พวกไวเซิร์ด อุราฮาร่า เท็ตไซ และ โยรุอิจิ จึงถูกเนรเทศออกจากโซลโซไซตี้ [โดยที่ทุกคนไม่รู้เรื่องความจริงเกี่ยวกับพวกไอเซ็น แต่คนที่ถูกเนรเทศครั้งนี้รูเรื่องเกี่ยวกับไอเซ็นทุกคน] กลับสู่เนื้อเรื่องปัจจุบัน ระหว่างที่พวกไวเซิร์ดเตรียมการศึก อุลคิโอร่าได้ถามถึงความกลัวที่จะถูกฆ่าต่อโอริฮิเมะ ซึ่งจิตใจของทุกคนยังมุ่งไปสู่การช่วยโอริฮิเมะ ระหว่างทาง เหล่ามือล่าสังหารได้เข้าจู่โจม อิจิโกะ แต่ แช็ด ลูเคีย และ เร็นจิมาช่วยขวางไว้ อิจิโกะจึงทะลวงลาสต์นอเช่เข้าปะทะกับอุลคิโอร่าอีกครั้ง กลับสู่โลกมนุษย์ มีอารันคาร์ที่เข้าจู่โจมเสาหลัก(ที่ทำให้เมืองเป็นของปลอม) แต่ก็โดน ยูมิจิกะ คิระ และ ฮิซากิ เข้าจัดการ ยูมิจิกะ ได้ถูกขังในโลกมืดจึงปลดปล่อยดาบของจริง (อย่าสับสนนะครับ ไม่ใช่ปลดปล่อยสวัสดิกะนะ) จึงเอาชนะได้ ทางคิระเมื่อถูกอารันคาร์ยั่วเรื่องอิจิมารุ จึงเริ่มตอบโต้และเอาชนะได้ และสุดท้ายทางฮิซากิ เมื่อจนมุมได้นึกถึงคำพูดของหัวหน้าโทเซ็นว่า ผู้ที่ไม่เกรงกลังดาบของตนเอง ย่อมไม่มีคุณสมบัติจะจับดาบต่อสู้ แล้วฮึกเหิมเอาชนะได้ ทว่าเสาต้นสุดท้ายถูกทำลายลงเพราะ อิกคาคุ ถูกจัดการแล้ว แตทว่านั้นคือเขาซ้อนคือมีเสาของจริงอยู่ด้านใน ซึ่ง อิบะ และ โคมามูระ เข้ามาช่วย อิบะได้รู้เรื่องของอิกคาคุมานานแล้ว และรู้ว่าอิกคาคุไม่ยอมปลดปล่อยสวัสดิกะเพราะเหตุใด จึงสั่งสอนว่า ถ้าไม่อยากใช้บังไค ก็จงแข็งแกร่งขึ้นจนชนะโดยไม่ต้องใช้บังไคซิ โคมามูระและอิบะ จึงสัญญาว่าจะเก็บเป็นความลับ ทว่า อารันคาร์ที่เหลือจึงเข้าปะทะกับหน่วยที่ 2 8 10 และ 13 ซึ่งทุกคนก็เข้าปะทะด้วยความยากลำบาก โดยที่หน่วย 10 ปะทะกับพวกฮาริเบล โดยฮิซึกายะ สู้กับ ฮาริเบล และปล่อบให้รันงิคุ สู้กับอาปาช มิลาโรส และ ซุนซุน ส่วนหน่วยที่ 2 ได้เข้าสู้กับลูกน้องของบารากัน โดยที่สุดท้ายก็สามารถเอาชนะลูกน้องของบารากันได้อย่างไม่ยากเย็น ส่วน ชุนซุย และ อุคิทาเกะ ได้ต่อสู้กับสตาร์ค โดยที่ชุนซุยขอสู้กับสตาร์ค และให้อุคิทาเกะคอยดูแล ลิลิเน็ตซึ่งเป็นฮอลโลว์เด็กที่สตาร์คพามาด้วย และฉากได้ตัดมาที่ รันงิคุ สู้กับลูกน้องของฮาริเบล โดยด้วยเหตุที่ว่า 3-1 ทำให้รันงิคุไม่อาจต้านมานได้ แล้วใกล้จะเสียท่า แต่แล้วฮินาโมริจึงแอบหลบหนี้จากโซลโซไซตี้ แล้วมาช่วยรันงิคุได้ทัน ทั้ง2ช่วยกันสู้ได้สูสีกับลูกน้องของฮาริเบล แต่แล้วอาปาช มิลาโรส และ ซุนซุน ก็ได้ปลดปล่อยดาบของ ตน และได้แสดงความสามารถของตนออกมา เป็นการตัดแขนซ้ายของทั้ง 3 มารวมกันกลายเป็นปีศาจ ขนาดใหญ่ที่มีร่างกายบึกบึน ซึ่งปีศาจตนนีได้เข้าจู่โจมรันงิคุอย่างรวดเร็วจนรันงิคุตั้งตัวไม่ทันการ โจมตีนี้ทำให้ท้องทางซีกขวาของรันงิคุถูกฉีกไป เมื่อฮินาโมริเห็นรันงิคุในสภาพปางตาย จึงได้ใช้วิธีมารช่วยเอาไว้ แต่แล้วเจ้าปีศาจกลับเข้ามาโจมตีฮินาโมริจนแทบหมดสภาพที่จะสู้ต่อ แต่แล้วคิระ และ ชูเฮย์ ก็ได้เข้ามาช่วยไว้ทัน ชูเฮย์เข้าปะทะกับเจ้าปีศาจแต่ก็สู้ไม่ได้ ส่วนคิระก็กำลังหาทางช่วย รันงิคุอยู่ แต่แล้วหัวหน้ายามาโมโตะ ก็เข้ามาช่วยไว้และปลดปล่อยขั้นต้นเข้าสังหาร ปีศาจตนนี้ได้อย่างง่ายดาย และจังหวะนั้นเอง อาปาช มิลาโรส และ ซุนซุนได้เข้าโจมตีหัวหน้ายามาโมโตะจากด้านหลัง แต่แล้วพริบตานั้นดาบเพลิงของหัวหน้ายามาโมโตะได้สร้างเปลวเพลิงขนาดยักษ์ ออกมา เผาผลาญอารันคาร์ทั้ง 3 ให้สิ้นชีพในพริบตา ฮาริเบลที่กำลังต่อสู้อยู่กับฮืซึกายะจึงเริ่มเอาจริงขึ้นมา เพราะความเสียใจที่ตนเสียลูกน้องไป โดยขณะนั้นฮาริเบลได้เปิดเสื้อให้ฮิซึกายะดู ซึ่งสิ่งที่เห็นคือ หน้ากากฮอลโลว์ตั้งแต่ปากจนถึงหน้าอก และหมายเลข 3 ที่บริเวณหน้าอกข้างขวา และแล้วด้วยความโกรธฮาริเบลจึงพุ่งเข้าจู่โจมฮิซึกายะอย่างรวดเร็ว ฮิซึกายะเห็นท่าไม่ดี จึงปลดปล่อยสวัสดิกะเข้าสู้ โดยการตวัดดาบเพียงครั้งเดียวของฮาริเบล ทำให้ปีกอันแข็งแกร่งของไดงูเร็น เฮียวรินมารุ ทลายลงไปกว่าครึ่ง และฉากตัดมาที่ สตาร์คกับชุนซุย โดยสคาร์คบอกว่าอาริเบลเป็นหมายเลข 3 ที่แกร่งที่สุด และยังบอกต่อว่าบารากันผู้ที่คอยสั่งการอยู่นั้นก็ไม่ใช่หมายเลข 1 แต่แล้วชุนซุยก็ถามสตาร์คว่า "แล้วเจ้าละหมายเลขอะไร" สตาร์คจึงชูหมายเลขที่อยู่หลังมือซ้ายให้ดู ซึ่งหมายนั่นคือ "หมายเลข 1 " ที่ฮูเอโก้มุนโด้ อิจิโกะ ได้ทะลวงสู่ปราสาท ลาส์นอเช่ แต่แล้วก็มีเหล่ามือล่าสังหารเข้าโจมตีอิจิโกะ ทว่า เร็นจิ ลูเคีย แช็ด และ อิชิดะ ก็เข้ามาช่วยจัดการแทน จึงทะลวงเข้าปราสาทได้สำเร็จ แล้วเข้าปะทะกับ อุลคิโอร่า อีกครั้ง
ตัวละคร
- คุโรซากิ อิจิโกะ (「黒崎一護」 Kurosaki Ichigo?)
- ตัวละครเอกของเรื่อง นักเรียนมัธยมปลายที่มีความสามารถมองเห็นและสื่อสารกับวิญญาณได้และเป็นคน ที่มีพลังวิญญาณมหาศาล(แต่ควบคุมไม่เป็น) ได้รับถ่ายทอดพลังของยมทูต(ชินิกามิ)จากคุจิกิ ลูเคีย จึงต้องทำหน้าที่เป็นยมทูต(ชินิกามิ)แทนจนกว่าลูเคียจะได้พลังของตนกลับคืน มาและได้สู้กับคุจิกิ เบียคุยะจนสูญเสียพลังยมทูตและได้ไปฝึกกับอุรุฮารา 10 วัน จนได้พลังยมทูตกลับคืนมาและได้ดาบฟันวิญญาณใหม่ชื่อซันเงสึ (ผ่าจันทรา) แล้ว ไปช่วยลูเคียและได้ฝึกกับโยรุอิจิจนปลดปล่อยขั้นสวัสดิกะได้และได้ช่วยลู เคียได้สำเร็จ เขาสับสนกับพลังฮอลโลว์ที่อยู่ภายในตัวเอง ทำไมไม่สามารถใช้พลังต่อสู้ได้อย่างเต็มที่และเสียใจที่ไม่สามารถปกป้องคน อื่นๆได้ ภายหลังการต่อสู้กับอารันคาร์แล้วได้ไปฝึกกับเหล่าไวเซิร์ด ทำให้สามารถควบคุมฮอลโลว์ในตัวเองให้สงบลงได้ และยังได้ความสามารถของฮอลโลว์มาอีกด้วย
- คุจิกิ ลูเคีย (「朽木ルキア」 Kuchiki Rukia?)
- ชิคิกามิ (ยมทูต) จากโซล โซไซตี้ ที่ถูกสถานการณ์บังคับให้ถ่ายทอดพลังของตนให้กับคุโรซากิ อิจิโกะ นับจากนั้นเธอก็ปลอมตัวเป็นนักเรียนย้ายเข้าโรงเรียนเดียวกับอิจิโกะเพื่อ ควบคุมให้เขาทำงานของยมทูต(ชินิกามิ)แทนตน ชอบกระต่ายแชปปี้และชอบใส่เสื้อผ้าไม่รัด ในตอนเด็กนั้น เธอเป็นเพื่อนสนิทกับอาบาราอิ เร็นจิ รองหัวหน้าหน่วย 6 ของโซลโซไซตี้ แต่ไม่นานก็ถูกตระกูลคุจิกิรับเป็นน้องสาวบุญธรรม มีดาบฟันวิญญาณชื่อ โซเดะโนะ ชิรายูกิ (หิมะขาวในแขนเสื้อ) คำปลดปล่อยดาบคือ "จงร่ายรำ"
- เพื่อนร่วมชั้นและเป็นเพื่อนสนิทของอิจิโกะ มีเชื้อสายอเมริกากลาง มีร่างกายกำยำแข็งแกร่ง(ตัวเหมือนเหล็กก็ว่าได้)แต่ร่างกายของเขามีไว้เพื่อ ปกป้องคนอื่นเท่านั้น ชอบสวมเสื้อยืดฮาวายและใส่สร้อยคอที่มีจี้เป็นเหรียญเม็กซิกัน เขามีพลังหมัดอันทรงพลังที่ทำให้เขาโค่นอารันคาร์ได้หลายต่อหลายตัว และเขายังไปที่ โซลโซไซตี้ และฮูเอโก้ มุนโด้ กับอิจิโกะด้วย
- อิชิดะ อุริว (「石田雨竜」 Ishida Uryū?)
- เพื่อนร่วมห้องของคุโรซากิ อิจิโกะ อยู่ชมรมเย็บปักถักร้อย มีฝีมือขั้นเทพ เขาเป็นควินซี่ซึ่งคนที่สอนวิชาแก่เขาคือปู่ของเขาเองซึ่งได้ถูกฆ่าตายโดย พวกฮอว์โลว์ เขาเป็น1 ในกลุ่มคนที่ไปช่วยคุจิกิ ลูเคียจากการถูกประหาร ซึ่งทำให้เขาสูญเสียพลังของควินซี่ไปจากการต่อสู่กับคุโรสึจิ มายูริ หัวหน้ายมทูตหน่วย 12 พ่อของเขา อิชิดะ ริวเค็นได้ฟื้นฟูพลังของควินซี่ให้ โดยแลกเปลี่ยนกับข้อตกลงบางอย่าง คือ ห้ามยุ่งเกี่ยวกับยมทูตอีกเป็นครั้งที่ 2 แต่อิชิดะก็แอบไป ฮูเอโก้ มุนโด้ กับอิจิโกะและแช้ด และเมื่อไปถึงก็ได้ธนูใหม่ที่ชื่อ งินเรย์ โคจาคุ (เกาทัณฑ์นกกระจอกภูผาเงิน) ซึ่งยิ่งศรได้ติดต่อกัน 1,200 ดอก
- อิโนอุเอะ โอริฮิเมะ (「井上織姫」 Inoue Orihime?)
- เป็นเพื่อนร่วมชั้นของอิจิโกะ มีผมสีส้ม เธอแอบชอบอิจิโกะอยู่ เธอมีพี่ชายอยู่ 1 คนแต่ได้เสียชีวิตไปแล้ว พี่ชายของเธอได้กลายเป็นฮอว์โลว์และเข้ามาทำร้ายเธอ แต่เธอก็ได้ถูกช่วยไว้โดยคุโรซากิ อิจิโกะ และคุจิกิ ลูเคีย กิ๊บติดผมที่เป็นของสำคัญของเธอก็ได้มาจากพี่ชายของเธอเอง พลังของเธอคือ 6 บุปผาโล่พิทักษ์ ที่สถิตอยู่ที่กิ๊บติดผมของเธอ โดยมีฮินางิคุ ไบกอน และลิลลี่ (ถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์คือ "ม่านพลังสามสวรรค์ ชั้นขอปฏิเสธ") ที่สามารถยับยั้งภายนอกโล่ (สร้างกำแพงป้องกัน) ซึบากิ (ถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์คือ "โล่พิฆาต สวรรค์เดี่ยว ชั้นขอปฏิเสธ") มีความสามารถในการ ยับยั้งสองฟากข้างโล่ (ผ่าศัตรูเป็นสองซีก) ชุนโอ (หัวหน้าหกบุปผาโล่พิทักษ์) และอายาเมะ (ถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์คือ "ม่านสวรรค์คู่คืนสู่โล่ ชั้นขอปฏิเสธ") มีความสามารถคือ ยับยั้งภายในโล่ หรือก็คือ "ปฏิเสธเหตุการณ์" เธอสามารถปฏิเสธเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ไอเซ็นต้องการพลังของเธอ จึงใช้อุลคิโอร่าไปจับตัวเธอมา ปัจจุบันอยู่ในปราสาทของพวกอารันคาร์ในฮูเอโก้ มุนโด้
- อาบาราอิ เร็นจิ (「阿散井恋次」 Abarai Renji?)
- รองหัวหน้าหน่วยที่ 6 แห่ง 13 หน่วยพิทักษ์ในโซลโซไซตี้ แม้ว่าในตอนแรกจะปรากฏตัวในฐานะศัตรูกันก็ตาม แต่ในที่สุดก็เป็นเพื่อนกับพวกอิจิโกะในที่สุด จึงทำให้ตอนหลังมักจะถูกส่งตัวมาปฏิบัติงานที่โลกมนุษย์พร้อมกับลูเคียเสมอ โดยหัวหน้าหน่วยของเขา คือ คุจิกิ เบียคุยะ โดยเร็นจิมีเป้าหมายที่จะโค่นเบียคุยะให้ได้
- อุราฮาระ คิสึเกะ
- อดีตหัวหน้าหน่วยที่12 มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือพวกอิจิโกะและคอยฝึกวิชาให้อิจิโกะ ในตัวเขานั้นยังมีปริศนาอีกมากมาย และตัวเขาเองนั้นน่าจะรู้จักกับอิชิดะ ริวเค็น,คุโรซากิ อิชชินเป็นอย่างดีแน่นอน แล้วตัวเขานั้นได้มาช่วยเหลือพวกอิจิโกะต่อสู้กับอารันคาร์โดยได้เข้าต่อสู้ กับยามี่อาร์รันคาร์ระดับเอสปาด้าอันดับ10ก็เกือบเอาชนะได้แต่อุลคิโอร่ามา ขวางไว้ก่อน
ครอบครัวคุโรซากิ
- คุโรซากิ อิชชิน (「黒崎一心」 Kurosaki Isshin?)
- พ่อบ้าๆบอๆของอิจิโกะ เป็นหมอ ปกติแม้จะดูพึ่งพาไม่ค่อยได้ แต่แท้จริงแล้วเป็นอดีตยมทูตระดับหัวหน้าหน่วยที่มีฝีมือแข็งแกร่งคนหนึ่ง ดูเหมือนว่าจะรู้จักกับ อิชิดะ ริวเค็น และ อุราฮาร่า คิสึเกะ เป็นอย่างดี
- คุโรซากิ มาซากิ (「黒崎真咲」 Kurosaki Masaki?)
- แม่ของอิจิโกะซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว โดยฝีมือของฮอลโลว์ แกรนด์์ฟิชเชอร์
- คุโรซากิ ยูซึ (「黒崎遊子」 Kurosaki Yuzu?)
- น้องสาวของอิจิโกะ มีความสามารถในการปฐมพยาบาลได้ และเป็นคนที่ตั้งชื่อให้กอนเป็นบอสตาฟแทน เป็นแฟนตัวยงของ ดอน คันออนจิ ไม่มีพลังวิญญาณ
- คุโรซากิ คาริน (「黒崎夏梨」 Kurosaki Karin?)
- น้องสาวของอิจิโกะ มีนิสัยห้าวๆเหมือนเด็กผู้ชาย นอกจากนี้ยังมีพลังในการเตะบอลสูง และชอบหาเรื่องคนอื่น แต่จริงๆแล้วก็เป็นคนที่อ่อนโยนคนนึง มีท่าไม้ตายคือ "ชู้ตปลิดชีพ สำนักคาริน" มีพลังวิญญาณอยู่บ้างเล็กน้อย จึงทำให้คารินเคยเห็นอิจิโกะในร่างยมทูตเป็นบางครั้ง แต่ภายหลังก็แน่ใจว่าพี่ชายตนเป็นยมทูต
-
ร้านอุราฮาร่า
- อุราฮาร่า คิสึเกะ (「浦原喜助」 Urahara Kisuke?)
- ชายหนุ่มวัยกลางคนเจ้าของร้านขายของอุราฮาร่า แรกเริ่มเดิมทีเหมือนว่าเขาเป็นเพียงตัวกลางของโซลโซไซตี้ที่มาอาศัยอยู่บน โลกมนุษย์เท่านั้น แต่ภายหลังเราจะได้รับทราบว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นถึงอดีตหัวหน้าหน่วยที่ 12 ของโซลโซไซตี้ ที่ถูกเนรเทศออกมาตลอดกาลเพราะสร้างโฮเคียคุขึ้นมา นอกจากนี้แล้วเขายังมีความลับอีกมากมายแต่ก็มีบางอย่างที่แน่ชัดก็คือ ฝีมือดาบของอุราฮาร่าขึ้นชื่อมากในโซลโซไซตี้ เขาเป็นเพื่อนสนิทกับชิโฮอิน โยรุอิจิ มีความสามารถทางด้านวิทยาการ(แบบโซลโซไซตี้)อยู่ในระดับสูง เคยรู้จักกับคุโรซากิ อิชชินกับอิชิดะ ริวเคน ผู้เป็นพ่อของอุริวมาก่อน
- สึคาบิชิ เท็ตไซ (「握菱テッサイ」 Tsukabishi Tessai?)
- ชายวัยกลางคนผู้มีเอกลักษณ์ชอบผูกผ้ากันเปื้อนตลอดเวลา ทำงานอยู่ในร้านของคิสึเกะ มีความสามารถในการใช้วิถีมารได้หลากหลาย และคอยช่วยอุราฮาร่าในการฝึกเหล่าอิจิโกะและเพื่อนอยู่เสมอ
- ในสมัยก่อน สึคาบิชิ เท็ตไซ เคยเป็นหัวหน้าหน่วยของสมาคมวิถีมาร โดยมี อุโชดะ ฮาจิเง็น(หรือฮัตช์ หนึ่งในไวเซิร์ด) เป็นรองหัวหน้าหน่วยวิถีมารอยู่ในขณะนั้น
- สึมุงิยะ อุรูรุ (「紬屋雨」 Tsumugiya Ururu?)
- เด็กสาวที่ทำงานอยู่ในร้านของคิสึเกะ มักถูกจินตะแกล้งประจำ ทั้งๆที่แก่กว่าจินตะ 3 ปี มีความรู้สึกไวต่อฮอลโลว์สูง และสามารถต่อสู้กับยมทูตได้โดยไม่ต้องมีอาวุธ มีอาวุธประจำกายคือ ปืนใหญ่ และยังเป็นฮีโร่ในนาม "คาราคุระ พิงค์" อีกด้วย
- ฮานาคาริ จินตะ (「花刈ジン太」 Hanakari Jinta?)
- เด็กชายที่ชอบอู้งานในร้านของคิสึเกะ มักชอบแกล้งอุรุรุเสมอ มีท่าไม้ตายคือ จิตะโฮมรัน และเป็นฮีโร่ในนาม "คาราคุระ เรด" ร่วมกับคารินอีกด้วย
- ชิโฮอิน โยรุอิจิ (「四楓院夜一」 Shihōin Yoruichi?)
- หญิงสาวผู้ได้รับสมญานาม "เท็นชิ เฮย์ โซบัง" เจ้าหญิงแห่งตระกูลชิโฮอิน และ "เทพพริบตาโยรุอิจิ" เธอเป็นผู้นำตระกูลชิโฮอิน 1 ใน 4 ตระกูลขุนนางชั้นสูง และยังเป็นอดีตหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการลับของโซลโซไซตี้ ภายหลังถูกถอดถอนเนื่องจากช่วยอุราฮาร่า คิสึเกะหลบหนี ปัจจุบันใช้ร่างแมวเพื่ออำพรางร่างที่แท้จริง
-
โรงเรียนคาราคุระ
- อาริซาว่า ทัตสึกิ (「有沢竜貴」 Arisawa Tatsuki?)
- เพื่อนร่วมชั้นและเพื่อนสมัยเด็กของอิจิโกะ และกลายเป็นเพื่อนสนิทของโอริฮิเมะสมัยมัธยมต้น มีลักษณะห้าวคล้ายเด็กผู้ชาย มีความสามารถทางการต่อสู้และวาดรูปสูง ว่ากันว่าเธอเป็นเด็กผู้หญิงที่แข็งแกร่งเป็นอันดับ 2 ในญี่ปุ่นเลยทีเดียว (อาจจะเป็นอันดับ 1 ถ้าไม่ประสบอุบัติเหตุแขนหัก) ชอบเล่นคาราเต้ ใฝ่ฝันจะเป็นแชมป์อันดับ 1 ของญี่ปุ่น เธอยังแอบชอบตัวเอกของเรื่องอีกด้วย เธอได้รับพลังวิญญาณจนทำให้สามารถมองเห็นวิญญาณได้ ภายหลังจากเหตุการณ์ที่ถูกทำร้ายโดยฮอลโลว์ที่เป็นพี่ชายของโอริฮิเมะในตอน แรก และเป็นคนแรกที่รู้สึกตัวหลังจากโอริฮิเมะถูกลักพาตัวไป
- อาซาโนะ เคโงะ (「浅野啓吾」 Asano Keigo?)
- เพื่อนของอิจิโกะที่ชอบทำตัวบ้าๆบอๆ มีพี่สาวชื่อ อาซาโนะ มิซึโฮะ และเคโงะชอบลูเคียแบบเปิดเผยด้วย สามารถเห็นยมทูตและฮอลโลว์ได้
- โคจิมะ มิซึอิโระ (「小島水色」 Kojima Mizuiro?)
- เด็กหนุ่มที่เป็นเพื่อนสนิทของเคโงะ(เป็นคู่หูก็ว่าได้) งานอดิเรกคือหลีหญิงที่โตกว่า แอบคิดว่าอิจิโกะกับลูเคียเป็นแฟนกัน ชอบใช้มือถือเป็นกิจวัตร มีความเชื่อว่าจะสามารถติดต่อโลกอีกโลกนึงได้
- ฮอนโช จิซึรุ (「本匠千鶴」 Honshō Chizuru?)
- สาวแว่นเลสเบี้ยนที่ชื่นชอบโอริฮิเมะ นิสัยทะเล้นทะลึ่งตึงตัง ชอบทะเลาะกับทัตสึกิเป็นประจำ
- โองาวะ มิจิรุ (「小川みちる」 Ogawa Michiru?)
- สาวตัวเล็กแอบชอบอิชิดะ มักขอให้อิชิดะเย็บตุ๊กตาให้เสมอๆ
- คุนิเอดะ เรียว (「国枝 鈴」 Kunieda Ryō?)
- สาวผมยาวมือ1ชมรมกรีฑาปีหนึ่ง ระยะ100เมตร เธอสามารถสอบเข้าโรงเรียนคาราคุระเป็นอันดับ 1 จึงทำให้อาจารย์หลายคนไม่กล้าหือกับเธอเท่าไรนัก
- นัตสึอิ มาฮานะ (「夏井真花」 Natsui Mahana?)
- โอชิมะ เรอิจิ (「大島麗一」 Ōshima Reiichi?)
- อาซาโนะ มิซึโฮะ (「浅野みづ穂」 Asano Mizuho?)
- อาจารย์คางิเนะ (「鍵根先生」 Kagine Sensei?)
- โอจิ มิซาโตะ (「越智美諭」 Ochi Misato?)
- อาจารย์สาวใส่แว่น เป็นคนง่ายๆสบายๆ แม้แต่นักเรียนโดดเรียนยังเช็คชื่อให้ตลอด
โลกของบลีช
โซลโซไซตี้
ในโลกของบลีช กรรมที่คนคนหนึ่งทำขณะมีชีวิตเป็นตัวกำหนดที่ที่วิญญาณของคนคนนั้นจะไปหลังความตาย วิญญาณของคนดี จะถูกส่งไปที่ โซล โซไซตี้ (Soul Society) ซึ่งคนโดยทั่วไปเรียกว่า "สวรรค์" สำหรับฮอลโลว์ที่ถูกทำลายด้วยดาบฟันวิญญาณ ดาบฟันวิญญาณจะชำระบาปที่ทำไปในระหว่างเป็นฮอลโลว์ให้ หากก่อนตายเป็นคนดีก็ไปโซลโซไซตี้ หากเป็นคนชั่วจะถูกส่งไปยังนรก แม้ว่านรกในบลีชจะมีความหมายเหมือนนรกโดยทั่วไปคือเป็นสถานที่สำหรับลงโทษ ผู้ทำบาป แต่โซลโซไซตี้ไม่ใช่สถานที่ปูนบำเหน็จผู้ทำกรรมดีเหมือนสวรรค์ กลับเป็นแค่ชุมชนของวิญญาณที่มีสภาพสังคมคล้ายกับประเทศญี่ปุ่นสมัยโบราณ โซลโซไซตี้ทำหน้าเป็นที่พักของวิญญาณก่อนที่จะไปเกิดเป็นมนุษย์ใหม่อีกครั้ง แบ่งเขตเป็น 2 เขตใหญ่คือ "ลูคอนไก" (流魂街) ซึ่งมีเขตการปกครองทั้งหมด 320 เขต ซึ่งเป็นสถานที่อาศัยของวิญญาณเร่ร่อน กับ "เซเรยเทย์" (瀞霊廷) ที่อยู่กึ่งกลางของโลกโซลโซไซตี้ ซึ่งเป็นที่อาศัยของเหล่ายมทูตและตระกูลขุนนางในโซลโซไซตี้ พวกที่ไม่ใช่ยมทูตแต่ทำการบุกเข้ามาในเขตของเซยเรเทย์โดยไม่ได้รับอนุญาตจะ ถูกเรียกว่า "เรียวกะ" ซึ่งหากทาง 13 หน่วยพิทักษ์สามารถควบคุมตัวไว้ได้ เรียวกะจะถูกนำไปพิพากษาโทษหนักหรือเบาตามความผิดที่ได้ก่อไว้กับทางเซเร ย์เทย์
โซลโซไซตี้ เป็นมิติที่ประกอบด้วยอนูวิญญาณเป็นพื้นฐาน ไม่ว่าสิ่งก่อสร้าง ต้นไม้ ก้อนหิน หรือพื้นดิน ดังนั้นวิญญาณที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้จึงอยู่ในสภาพของสิ่งมีชีวิตที่มีอนู วิญญาณเป็นพื้นฐาน คล้ายคลึงกับโลกที่มีอนุภาคต่างๆ เป็นพื้นฐานของมวลสารนั่นเอง วิญญาณจึงมีอวัยวะมีเลือดเฉกเช่นเดียวกับร่างกายมนุษย์ต่างกันเพียงอนุภาค มูลฐานเท่านั้นแกกก
นรก
สถานที่ซึ่งวิญญาณที่มีบาปในจิตใจจะต้องไป ในเรื่องเทพมรณะนี้ เมื่อเหล่าวิญญาณบาปที่กลายสภาพเป็นฮอลโล่ว์ได้รับการปลดปล่อยแล้ว ประตูนรกก็จะมาปรากฏและดึงวิญญาณดวงนั้นลงสู่ขุมนรกในทันที เพราะดาบฟันวิญญาณของยมทูตจะชำระบาปที่ทำระหว่างเป็นฮอลโลว์ให้เท่านั้น(บาป หลังความตาย) ไม่ได้ชำระบาปที่ทำขึ้นในระหว่างที่ยังมีชีวิตอยู่
ฮูเอโก้ มุนโด้
โลกของเหล่าฮอลโล่ว์ เป็นสถานที่ซึ่งเหล่าฮอลโล่ว์จำนวนมากเข้ามาอาศัยรวมกันอยู่ ลักษณะของพื้นที่เป็นทะเลทรายสีขาวและขุนเขาน้อยใหญ่กระจายอยู่ทั่ว และปรากฏดวงจันทร์บนฟ้าอยู่ตลอดซึ่งจะแตกต่างจากดวงจันทร์ของโลกโดยสลับซ้าย ขวาเหมือนส่องกระจก และบรรยากาศของที่นี่จะมืดสลัวโดยตลอด โดยเมื่อเหล่าฮอลโล่ว์จะเดินทางมายังโลก ก็จะใช้วิธีฉีกห้วงมิติออกมา
คาแร็กเตอร์ของเทพมรณะ
มนุษย์
ในเรื่องเทพมรณะ เหล่ามนุษย์ที่ในเรื่องจะดำเนินในสังคมของประเทศญี่ปุ่น มนุษย์ในที่นี้ก็จะเหมือนกับในโลกของความเป็นจริง โดยทุกคนจะอาศัยกายหยาบเพื่อการมีชีวิต วิญญาณกับกายหยาบจะเชื่อมต่อกันด้วย "โซ่แห่งผลกรรม" ที่จะติดอยู่ที่ส่วนอกของวิญญาณกับกายหยาบ และถ้ามีมนุษย์คนใดได้รับผลกระทบจากการกระทำของวิญญาณ ก็อาจจะไปกระตุ้นพลังวิญญาณในตัวของเขาจนสามารถมองเห็นวิญญาณได้ หรืออาจจะมีพลังพิเศษจากพลังวิญญาณได้เช่นกัน
วิญญาณ
เมื่อมนุษย์ตาย วิญญาณของจะไม่ไปยังโซลโซไซตี้หรือนรกในทันที วิญญาณเหล่านี้เรียกว่า "พลัส (Plus)" เป็นวิญญาณของคนส่วนใหญ่ซึ่งปรากฏให้เห็นเป็นร่างมนุษย์ โดยโซ่แห่งผลกรรมที่หน้าอกจะขาดออกจากกายหยาบแล้วซึ่งเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึง ความตายของคนๆนั้น และตราบใดที่ยังไม่มียมทูตมาชี้นำที่ไปให้ยังที่ๆควรไป พวกเขาก็จะวนเวียนไปเรื่อยๆ ซึ่งส่วนใหญ่เหล่าวิญญาณจะวนเวียนอยู่ในสถานที่ซึ่งตนเองตายหรือคุ้นเคย และวิญญาณเหล่านี้จะมีตัวตนอยู่ในระดับหนึ่งซึ่งในบางครั้งสามารถสัมผัสได้
ฮอลโลว์
ฮอลโลว์ (Hollow) คือวิญญาณที่โซ่กรรมขาดทำให้เกิดการรุกกินจน หน้าอกเป็นรู ในที่สุดก็จะกลายร่างเป็นอสูรกาย ฮอลโลว์ทุกตนจะมีรูปลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป แต่ทุกตัวจะสวมหน้ากากไว้เพื่อปิดบังใบหน้าของตนและหน้ากากจะป้องกันสันดาน ดิบหรือนิสัยเก่าก่อนที่จะเป็นฮอลโลว์ และส่วนอกที่เคยมีชิ้นส่วนของโซ่แห่งผลกรรมที่หลงเหลืออยู่จะถูกแทนที่ด้วย รูกลวงสัญลักษณ์ของการเสียดวงจิต(เป็นที่มาของชื่อฮอลโลว์) เหล่าฮอลโลว์จะกินวิญญาณธรรมดาและวิญญาณของคนที่มีพลังวิญญาณสูง ซึ่งทำได้แม้แต่การฆ่าคนเพื่อเอาวิญญาณมาดับความหิวกระหาย ไม่ก็ดับความทรมาณของตนเอง โดยเหล่าฮอลโลว์แม้คนธรรมดาจะมองไม่เห็น แต่ก็มีตัวตนสัมผัสได้ โลกที่เหล่าฮอลโล่ว์มารวมกันและอาศัยอยู่คือ "ฮูเอโก้ มุนโด้" ส่วนฮอลโลว์ชั้นสูงจะถูกเรียกว่า "เมนอส" ซึ่งในหมู่เมนอสเองแล้ว ก็สามารถแบ่งได้อีก 3 ประเภทเช่นกัน คือ
- กิลเลียน เมนอสที่พวกอิจิโกะเรียกกันว่า "เมนอสกรังเด้" นั้นแท้จริงแล้วคือพวก "กิลเลียน" เป็นเมนอสชั้นต่ำที่สุด ร่างใหญ่ เคลื่อนไหวช้า มีปัญญาราวกับสัตว์ป่าเท่านั้น
- แอดจูคาส เมนอสที่มีขนาดเล็กกว่ากิลเลียน มักเป็นผู้นำฝูงของกิลเลียน และมีขนาดเล็กกว่า ฉลาดกว่า
- วาสโทรเด้ เมนอสชั้นสูงสุด มีขนาดเท่ากับมนุษย์ มีจำนวนน้อย รวมทั้งหมดในฮูเอโก้ มุนเด้ มีอยู่ไม่กี่ตนเท่านั้น ว่ากันว่า ความสามารถของวาสโทรเด้นั้นมีมากกว่าหัวหน้าหน่วยของหน่วยของยมทูตเสียอีก
ยมทูต
ยมทูต (「死神」 Shinigami ; Death's God?) เป็นผู้ปกครองโซลโซไซตี้ ทำหน้าที่ควบคุมปริมาณวิญญาณที่ถ่ายเทระหว่างโลกมนุษย์กับโซลโซไซตี้ นอกจากนี้ยังมีภารกิจสำคัญอีกสองประการ คือ การทำพิธีส่งพลัสไปยังโซลโซไซตี้ และการกำจัดฮอลโลว์ ตัวชินิกามิเองนั้นเป็นวิญญาณ ด้วยเหตุนี้คนธรรมดาไม่สามารถมองเห็น ได้ยิน หากแต่สัมผัสชินิกามิได้ในบางครั้ง ชินิกามิทุกตนมีร่างเป็นมนุษย์ สวมชุดฮากะมะสีดำเป็นเครื่องแบบและมีอาวุธประจำกายเรียกว่า ซัมปาคุโต (斬魄刀 "ดาบฟันวิญญาณ"(ภาษาอังกฤษเรียก "Soul Slayer / Soul Cutter") สำหรับใช้ต่อสู้กับฮอลโลว์ นอกจากนี้ชินิกามิยังสามารถใช้คิโด (มนต์ดำ, Demon Art(หรือ "วิถีมาร") ในการต่อสู้ได้อีกด้วย และสำหรับระดับหัวหน้าแล้วยังมีการปลดปล่อยสวัสดิกะ(บังไค:卍解)โดยการเรียก ชื่อดาบของตนซึ่งมียมทูตจำนวนไม่มากนักที่สามารถทำได้
ควินซี่
ควินซี่ (Quincy) หรือที่ช่อง TRUE Spark (43) แปลว่า "พรตปราบมาร" คือ ตระกูลนักปราบมารที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วโลก คอยฝึกฝนตัวเองเป็นพิเศษเพื่อให้สามารถต่อสู้กับฮอลโลว์ได้ และ สูญสิ้นไปกว่า 200 ปีมาแล้วจากการกวาดล้างของยมทูต เนื่องจากเจตนาของควินชี่ในการกำจัดฮอลโลว์ที่ต่างกันกับเหล่ายมทูต เพราะว่า ควินชี่มุ่งที่จะสังหารฮอลโลว์เท่านั้นไม่เหมือนกับยมทูตที่ส่งวิญญาณ ฮอลโลว์ไปสู่โซลโซไซตี้ ควินซี่จะไม่ใช้อาวุธอื่นใดนอกจากธนู
อารันคาร์
อารันคาร์ (Arrancar) คือเหล่าฮอลโล่ว์ที่ถอดหน้ากากและได้รับพลังยมทูต กลายเป็นฮอลโลว์ที่มีทั้งความสามารถของทั้งฮอลโลว์และยมทูต เหล่าอารันคาร์จะมีหน้ากากที่ถอดออกไปส่วนหนึ่งทำให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงใน ระดับหนึ่ง และจะอยู่ในร่างที่เกือบจะเป็นมนุษย์ (แต่จะเป็นร่างมนุษย์แบบสมบูรณ์ถ้าเป็นร่างแปลงของฮอลโลว์ระดับสูง) และยังคงมีรูกลวงตรงกลางอยู่เช่นเดิม เหล่าอารันคาร์จะสวมชุดเสื้อคลุมสีขาว และจะมีดาบฟันวิญญาณเช่นเดียวกับยมทูต การปลดปล่อยดาบของอารันคาร์จะไม่ใช่การเปลี่ยนอาวุธชิ้นหนึ่งเป็นอีกแบบ หนึ่ง แต่ดาบฟันวิญญาณของอารันคาร์ก็คือแก่นแห่งพลังของอารันคาร์ตนนั้น เมื่อปลดปล่อย อารันคาร์จะกลับคืนสู่ร่างที่แท้จริงและมีพลังเพิ่มขึ้นจากเดิมหลายสิบเท่า เรียกว่า Resurrection สำหรับเผ่าอารันคาร์ อ.คุโบ เลือกที่จะให้ชื่อและชื่อของดาบฟันวิญญาณเป็นภาษาสเปน (แม้แต่เพลงประกอบในอะนิเมะก็เลือกใช้ดนตรีในสไตล์สเปนหรือลาตินอเมริกา)
เดิมทีอารันคาร์มีจำนวนน้อยแต่เดิม และเป็นร่างที่ไม่สมบูรณ์ แต่เมื่อได้รับพลังจากโฮเงียวคุของไอเซ็น อารันคาร์จึงพัฒนาขึ้นมาอย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดด จนถึงระดับสมบูรณ์แบบ
อารันคาร์ที่ถูกคัดเลือก 10 ตน จะถูกเรียกว่า เอสปาด้า (Espada) และจะมีอำนาจปกครอง อารันคาร์ด้วยกันเอง เอสปาด้าแต่ละตนจะมีวังอยู่ใน ลาส์ นอเช่ ซึ่งแต่ล่ะวังจะล้อมรอบวังของไอเซ็นเอาไว้ เอสปาด้ามีสิทธิ์เลือกคนสนิทไว้ใช้สอยตามแต่ตัวเองจะพอใจ ซึ่งเรียกอารันคาร์ที่เป็นคนสนิทของเอสปาด้าว่า ฟราเชียน(fracion)
พวกที่ถูกถอดออกจากเอสปาด้าจะกลายเป็น พรีวารอน เอสปาด้า (อดีตเอสปาด้า) จะมีเลขลำดับเป็นเลข 3 หลัก ที่จะอยู่ในกำแพงด้านนอกของลาส์ นอเช่
เอสปาด้าทั้งหมดมีดังนี้
- พริเมโร่ เอสปาต้า (Primero Espada) ' สตาร์ค โอเดล สคูร 'Starkเอสปาด้าหมายเลข 1 มักนอนหลับบ่อยๆจึงถูกลิลิเน็ตแกล้ง โดยมีหมายเลขอยู่ที่หลังมือซ้าย ยืนยันโดยbleach ตอนที่ 339
- เซกุนโด้ เอสปาต้า (Segundo Espada) บารากัน Barakan เอสปาด้าหมายเลข 2เป็นชายแก่หน้าบาก และในตอนที่ไอเซ็นบุกโลกมนุษไอเซ็นโดนไฟจากดาบผ่าวิณญาณของหัวหน้าหน่วย 1 ไม่สามารถสั่งการได้ บารากันได้เป็นคนสั่งแทน เขาเป็นคนที่ค่อนข้างจะหยิ่งในตนเอง
- เตร์เซโร่ เอสปาต้า (Tesaro Espada) ฮาริเบล (Haribell) เอสปาด้าหมายเลข 3 เป็นผู้หญิงเพียงตนเดียวที่เป็นเอสปาด้า ยืนยันโดย bleach ตอนที่ 339 โดยมีหน้ากากฮอลโลว์อยู่ตั้งแต่ปากคนถึงบริเวณหน้าอก และมีหมายเลข 3 สักไว้ที่หน้าอกข้างขวา
- ควอโทร เอสปาด้า (Cuator Espada) อุลคิโอร่า ซัฟเฟอร์ (Ulquiorra Schiffer) ผู้รับคำสั่งไอเซ็นมาปฏิบัติบ่อยที่สุด ทั้งออกไปหยั่งเชิงอิจิโกะ ลักพาตัวโอริฮิเมะ เดิมถูกเข้าใจว่าเป็นหมายเลข 1 แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่
- ควินโต้ เอสปาต้า (Quinto Espada) นอยโทร่า จิลก้า (Noitora Jilka) สิ้นชีวิตด้วยฝีมือ ซาราคิ เค็มปาจิ (หัวหน้าหน่วยที่ 11)
- เซ็คโต้ เอสปาด้า (Sextar Espada) กริมจอว์ แจ็คเกอร์แจ็ค (Grimjaw Jackerjack) พ่ายแพ้ต่อฝีมือ คุโรซากิ อิจิโกะ (ตัวแทนยมทูต) (อิจิโกะไม่ได้ฆ่ากริมจอร์ แต่กริมจอร์ถูกซ้ำอีกทีโดยนอยโทร่า ปัจจุบันยังไม่ทราบว่าตายหรือไม่ตายกันแน่)
- เซปติโม่ เอสปาต้า (Semtimo Espada) โซมารี เลอรูซ์ (Zomari Le Roux) สิ้นชีวิตด้วยฝีมือ คุจิกิ เบียคุยะ (หัวหน้าหน่วยที่ 6)
- ออคตาบา เอสปาด้า (Octava Espada) ซาเอล อพอลโล แกรนท์ (Szayel Aporro Grant) สิ้นชีวิตด้วยฝีมือ คุโรซึจิ มายูริ (หัวหน้าหน่วยที่ 12)
- นูเบโน่ เอสปาด้า (Noveno Espada) อาโรนีโร่ อาลูเอรี่ (Aoniro Aruerie) สิ้นชีวิตด้วยฝีมือ คุจิกิ ลูเคีย (นักสู้อันดับ 5 หน่วยที่ 13)
- เดซิโม่ เอสปาด้า (Dasimo Espada) ยามี่ (Yame)
อดีตเอสปาด้า (จากความทรงจำของ Dordoni ทำให้เราทราบว่าแต่เดิมก็มีอารันคาร์ระดับเอสปาด้าอยู่แล้ว แต่เมื่อได้ "โฮเคียคุ" มาทำให้อารันคาร์รุ่นใหม่ๆ มีความแข็งแกร่งสูงกว่าอารันคาร์ที่เป็นเอสปาดารุ่นเก่า เอสปาด้ารุ่นเก่าหลายคนจึงถูกลดขั้นลงมา)
- (อดีตเอสปาด้า) เนลิเอล โท โอเดล ชแวงค์ (Neliel to O'dell Svank) อดีต เอสปาด้า หมายเลย 3 มี Pesshe กับ Dondojacker เป็น fraccion พ่ายแพ้ให้กับนอยโทรา(ภายใต้ความช่วยเหลือของซาเอลอพอลโล) จนศูนย์เสียพลังและความทรงจำไปช่วงหนึ่ง อันเป็นการบ่งบอกว่า ไม่ว่าฝีมือเก่งกาจปานใด แต่ "จุดอ่อน" ของอารันคาร์ก็คือ "หน้ากาก" ที่หลงเหลืออยู่บนใบหน้านั่นเอง
- (อดีตเอสปาด้า) ลูปี (Lupe) สิ้นชีวิตด้วยฝีมือ กริมจอว์ แจ๊คเกอร์แจ๊ค อดีตเอสปาด้า หมายเลข 6 (หลังจากกริมจอร์แขนขาดด้วยฝีมือโทเซ็นและเสียตำแหน่งไป ลูปี้ก็ขึ้นมาแทน)
- 103 Dordoni พ่ายแพ้ให้กับ อิจิโกะ เพียงพริบตาเดียว
- 105 Chirucchi Thunderwitch พ่ายแพ้ให้กับ อิชิดะ
- 107 Gantenbein Mosqueda พ่ายแพ้ให้กับ ชาโดะ ยาสึโทระ
นอกจากนี้ยังมีอารันคาร์ซึ่งมีเลข 2 หลัก เรียงตามลำดับการเกิดดังนี้
- 11 Shauron เป็น fraccion ของ กริมจอร์ สิ้นชีวิตด้วยมือ ฮิทซึกายะ โทชิโร่ (หัวหน้าหน่วย 10)
- 13 Eldorado Rineosu เป็น Fraccion ของกริมจอร์ พ่ายให้กับอิคคาคุ(นักสู้ลำดับ 3 หน่วย 11)
- 15 Ilforte Grantz เป็น Fraccion ของกริมจอร์ พ่ายให้กับ เรนจิ (รองหัวหน้าหน่วย 6)
- (ไม่ทราบลำดับ) Nukeim เป็น Fraccion ของกริมจอร์ พ่ายแพ้ให้กับ มัตสึโมโตะ รันงิคุ (รองห้วหน้าหน่วย 10)
- 16 Deroy เป็น fraccion ของ กริมจอร์ ประมือกับลูเคียแล้วแพ้
- (ไม่ทราบลำดับ) Tesla เป็น fraccion ของ นอยโทร่า ถูกเคมปาจิฟันตาย
- Wonderwitz อารันคาร์ท่าทางเอ๋อๆ ชอบติดตามโทเซ็น คานาเมะ ไม่ค่อยชอบหน้าอิชิมารุ งิน
- หน่วยล่าสังหาร(Executional Force) ประกอบด้วยสมาชิกที่เป็นอารันคาร์จำนวนหนึ่ง สวมหน้ากากรูปเขากระทิงหรือวัวเหมือนกันทุกตน ออกปฏิบัติการณ์เป็นกลุ่ม แต่ละตนฝีมือไม่สูงนัก
ไวซาร์ด(กองทัพหน้ากาก)
ไวซาร์ด(Vizard) เป็นอดีตยมทูตขั้นหัวหน้าหน่วยและรองหัวหน้าหน่วยรุ่นแรกๆ ที่ถูก ไอเซ็น ใช้วิชาต้องห้ามทดลอง ให้ยมทูตกลายเป็นฮอลโลว์การทดลองดูเหมือนจะล้มเหลวแต่สามารถได้ผลตามที่ ไอเซ็นต้องการ เป็นสาเหตุที่ทำให้อุราฮาระ โดนเข้าใจผิดและจึงถูกเนรเทศออกจากโซลโซไซตี้มาอยู่ที่โลกมนุษย์ ซึ่งอุราฮาระได้ใช้โซเคียคุ ในการรักษาไวซาร์ดให้คงสติไว้ได้นั่นเอง ด้วยเหตุผลที่กล่าวมากลุ่มไวซาร์ดจึงมีความรู้และความเชี่ยวชาญในการต่อสู้ ขั้นสูง และจะมีพลังมากขึ้นอีกเมื่อสวมหน้ากากฮอลโลว์ และนอกจากนี้ยังรู้เรื่องราวความเป็นมาของเหตุการณ์ต่างๆในโซลโซไซตี้และฮู เอโก้ มุนโด้เป็นอย่างดี ซึ่งในโลกมนุษย์ทีปรากฏอยู่รวม 8 คนด้วยกัน 1. ฮิราโกะ ชินจิ (อดีตหัวหน้าหน่วยที่ 5) 2. ซารุงากิ ฮิโยริ (อดีตรองฯหน่วยที่ 12) 3. มุรุกุม่า เค็นเซย์คุนะ มาชิโระ (อดีตรองฯหน่วยที่ 9) 5. ยาโดมารุ ริสะ (อดีตรองฯหน่วยที่ 8) 6. ไอคาว่า เลิฟ (อดีตหัวหน้าหน่วยที่ 7) 7. โอโทโรบาชิ โรจูโร่ (อดีตหัวหน้าหน่วยที่ 3) 8. อุโชดะ ฮาจิเง็น (อดีตรองฯหน่วยวิถีมาร) (อดีตหัวหน้าหน่วยที่ 9) 4.
- ฮิราโกะ ชินจิ (「平子真子」 Hirako Shinji?)
- หนุ่มผมหน้าม้าปริศนา ที่ปรากฏตัวขึ้นมาในโรงเรียนของอิจิโกะ เพื่อจะชักชวนอิจิโกะให้เข้าร่วมกับกลุ่มไวเซิร์ด โดย ฮิราโกะ ชินจิ นั้นเรียกได้ว่าเป็นหัวหน้าของเหล่าไวเซิร์ดเลยก็ว่าได้ หน้ากากฮอลโลว์ของฮิราโกะนั้นจะมีลักษณะคล้ายๆกับหน้าของชาวอียิปต์โบราณ ชินจิเคยเป็นหัวหน้าหน่วย 5 มาก่อน
- ซารุงากิ ฮิโยริ (「猿柿ひよ里」 Sarugaki Hiyori?)
- เป็นหนึ่งในไวเซิร์ดที่ปรากฏตัวครั้งแรกในฉบับมังงะบทที่ 189 และในอะนิเมะตอนที่ 112 ลักษณะภายนอกคือเป็นเด็กผู้หญิงผมสีบลอนด์ ผูกผมสองข้าง สวมชุดสีแดงที่มีอักษรอยู่ที่อกเสื้อด้านซ้าย ใส่รองเท้าแตะเป็นประจำ มีนิสัยชอบทำตัวห้าวๆและดุดัน แต่ก็ซ่อนความเศร้าและเหงาเอาไว้ในใจอยู่บ้าง ในครั้งแรกที่ปรากฏตัวเธอมาเร่งให้ฮิราโกะรีบพาอิจิโกะไปหากลุ่มโดยเร็วจนมา เจอกับโอริฮิเมะและแช้ดที่ตามมา จนเกือบจะทำอะไรรุนแรงไป แต่ก็โดนฮิราโกะพาตัวออกมาเสียก่อน ซึ่งเมื่ออิจิโกะมาหาเหล่าไวเซิร์ด เธอก็ได้ใช้พลังของฮอลโลว์เข้าต่อสู้กับอิจิโกะเพื่อเป็นการทดสอบ จนสามารถไล่ต้อนอิจิโกะได้แต่ก็โดนอิจิโกะในสภาพของฮอลโลว์โต้กลับมา และหลังจากที่อิจิโกะสามารถเอาชนะฮอลโลว์ในตัวได้แล้ว เธอก็ได้เป็นคู่ซ้อมให้อิจิโกะในการฝึกควบคุมพลังฮอลโลว์ และ เป็นอดีตรองหัวหน้าหน่วย 12
- อุโซดะ ฮาจิเกน (「有昭田鉢玄」 Ushōda Hachigen?)
- เป็นหนึ่งในไวเซิร์ด มีลักษณะรูปร่างใหญ่ที่สุดและสวมชุดทักซิโด้สีชมพู เขามีพลังที่สามารถกางอาณาเขตป้องกัน และสามารถซ่อมแซมสิ่งของได้ ซึ่งเป็นพลังที่คล้ายคลึงกับที่โอริฮิเมะมี เขาเป็นคนที่กางอาณาเขตป้องกันระหว่างที่อิจิโกะกำลังต่อสู้กับด้านฮอลโลว์ ในโลกภายใน และช่วยซ่อมสึบากิของโอริฮิเมะให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม เป็นอดีตรองหัวหน้าหน่วยวิถีมาร
- ยาโดมารุ ริสะ (「矢胴丸リサ」 Yadōmaru Risa?)
- หนึ่งในไวเซิร์ด เป็นผู้หญิงสวมแว่นผมสีดำ และสวมชุดนักเรียนแบบญี่ปุ่น เธอเป็นหนึ่งในไวเซิร์ดที่เข้าต่อต้านอิจิโกะที่กลายสภาพเป็นฮอลโลว์ใน ระหว่างที่กำลังต่อสู้กับด้านฮอลโลว์ในโลกภายใน ชอบอ่านหนังสือโป๊เป็นที่สุด ฝีมือการต่อสู้ของเธอเก่งขั้นสูงทีเดียว และเป็นอดีตรองหัวหน้าหน่วยที่ 8
- เลิฟ (「ラヴ/羅武」 Ravu/Rabu?)
- หนึ่งในไวเซิร์ด เป็นชายที่มีทรงผมแบบแอฟโฟร์ สวมแว่นดำและชุดพละ เป็นหนึ่งในไวเซิร์ดที่ต่อต้านอิจิโกะในสภาพของฮอลโลว์ เป็นอดีตหัวหน้าหน่วยที่ 7
- โรส(โอโทริบาชิ โรจูโร่) (「ローズ」 Rōzu?)
- ไวเซิร์ดอีกคน ใส่ชุดทักสิโด้สีดำ ไว้ผมหยิกสีทอง และเป็นอดีตหัวหน้าหน่วยที่ 3
- มุกุรุมะ เคนเซย์(หมัดกงล้อตะวันออก) (「六車拳西」 Muguruma Kensei?)
- หนึ่งในไวเซิร์ดหัวสีเทา ใส่เสื้อกล้ามกับกางเกงขายาว อดีตเคยเป็นยมทูตหัวหน้าหน่วยที่ 9 เคยช่วยชีวิตชูเฮย์จากฮอลโลว์มาแล้วครั้งนึง เป็นคนหงุดหงิดขี้โมโหง่าย และมักจะยิ้มแบบเหี้ยมๆเสมอ ที่หน้าท้องของเคนเซย์มีรอยสักเลข 69 ซึ่งเหมือนกับรอยสักที่แก้มซ้ายชูเฮย์ มีฟันวิญญาณชื่อว่า"ลมดาบไทจิ"มีคำปลดปล่อยคือ"จงชก"
- มาชิโระ คุนะ (「白」 Kuna Mashiro ?)
- หนึ่งในไวเซิร์ดที่สามารถแปลงเป็นฮอลโลว์ได้นานที่สุด ซึ่งนานถึง 15
ชั่วโมง ฝีมือการต่อสู้ยังไม่แน่ชัด อดีตเคยเป็นรองหัวหน้าหน่วย 9
มีนิสัยเอาแต่ใจตัวเองและชอบแกล้งเคนเซย์
เบาท์
เบาท์ (Bount) เป็นคาแร็กเตอร์ที่ปรากฏเฉพาะในอะนิเมะ เป็นเผ่าพันธุ์ที่ถือกำเนิดขึ้นจากความผิดพลาดในการทดลองสร้างชีวิตนิรันดร์ ของกองวิทยาการแห่งโซลโซไซตี้ (ซึ่งผู้ที่เป็นหัวหน้าการทดลองในครั้งนั้นคือ ยมทูตหญิงชื่อ Ran Toa) วิญญาณที่หลุดรอดไปที่โลกมนุษย์ในตอนนั้นจึงเกิดเป็นเบาท์ ซึ่งมีชีวิตที่ยืนยาวจากการดูดกินวิญญาณมนุษย์ที่เสียชีวิตแล้วเป็นอาหาร และสามารถต่อสู้ได้โดยใช้ "ดอลล์" ซึ่งคล้ายคลึงกับการใช้ดาบฟันวิญญาณของยมทูต และมีความสามารถหลากหลายกันไป แต่เมื่อดอลล์ตาย บาวด์ที่เป็นเจ้าของก็จะต้องตายตามไปด้วยเช่นกัน แม้เบาท์จะเกิดในฐานะเผ่าพันธุ์หนึ่ง แต่ก็ไม่มีความสามารถในการสืบเผ่าพันธุ์ จำนวนของเผ่าพันธุ์จึงถูกจำกัดไว้มาตั้งแต่แรกอย่างไม่อาจจะเพิ่มขึ้นได้เลย
เมื่อเริ่มต้นของภาคนี้ มีวิญญาณดัดแปลงที่เป็นผลงานของ อุราฮารา คิสึเกะ เข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมากในการค้นหาที่อยู่ของพวกเบาท์ โดยทั้ง 3 คนปรากฏตัวครั้งแรกก่อนบาวด์ (ในบททดสอบของอุราฮาระ) หลังจากนั้นเพื่อให้ทั้งสามทำหน้าที่เตือนพลังกดดันวิญญาณของเบาท์ จึงนำเม็ดวิญญาณ (เม็ดวิญญาณ หรือ ม็อดโซล) ใส่ในตุ๊กตาทำให้สามารถพกพาได้ง่าย
โดยคนที่ไปช่วยอิจิโกะค้นหาพลังของบาวด์คือ ริริน เป็นเด็กผู้หญิงจอมอวดดีมีความสามารถในการสร้างภาพลวงตา ริรินอยู่ในตุ๊กตานกสีเหลืองหน้าตาประหลาด คนที่ไปช่วยชาโด้ คือ โนบะ เป็นคนที่มีนิสัยขรึมๆเงียบๆไม่ค่อยพูดมีความสามารถในการวาปสิ่งต่างๆให้หาย ไปโดยถ้าอยู่ในร่างตุ๊กตาจะสามารถวาปได้ 2 เมตร โนบะอยู่ในตุ๊กตาหัวสีเขียวๆ ไม่มีปาก คนที่อยู่กับอิโนะอุเอะ โอริฮิเมะ คือ คุโรโดะ เป็นผู้ชายแก่ๆ ออกท่าทางทะลึ่งหน่อยมีความสามารถในการเปลี่ยนร่างเป็นคนอื่น คุโรโดะ อยู่ในตุ๊กตาคล้ายกระต่ายมีสายสะพาย (โอริฮิเมะและคุจิกิชอบเพราะคล้ายกระต่ายจั๊ปปี้)
เมื่อพวกเบาท์ปรากฏตัว มีหัวหน้าชื่อว่า "คาริยะ จิน" จุดประสงค์ของ จิน ในตอนแรกคือการตามล่าตัว พรตปราบมาร (ควินซี่) ซึ่งก็คือ อิชิดะ อุริว โดยมีลูกน้องอีก 9 คน
ในพวกบาวด์มียมทูตอยู่ด้วยคนหนึ่งชื่อ มากิ อิชิโนเสะ ยาจิรุเรียก มากิจัง ซึ่ง มากิเคยอยู่ในหน่วยที่ 11 มากิลาออกจากหน่วยที่ 11 เพราะว่าซาราคิ เคมปาจิ ฆ่าหัวหน้าหน่วยที่ 11 คนก่อนแล้วเป็นหัวหน้าแทน(คือการที่สู้กันเพื่อชิงตำแหน่งหัวหน้าโดยมียมทูต200คนเป็นพยาน)
แต่มีบาวด์ คนหนึ่งที่ไม่ได้เป็นพวกของคาริยะ นั้นคือ "โยชิโนะ โซมะ" เป็นผู้หญิง ผมยาวสีน้ำตาล ซึ่ง โยชิโนะ เป็นอดีตคนรักของคาริยะ เธอยื่นมาเข้ามาช่วยเหลือ อิชิดะ เสมอ เธอมีดอลล์ชื่อว่า เกเต้ เป็นดอลล์ธาตุไฟ แม้ว่าอิชิดะ และโยชิโนะ ได้มีโอกาสอยู่ใกล้ชิดกันไม่นาน แต่อิชิดะรู้สึกผูกพันกับเธอมาก และคิดว่าเป็นคนที่มีรอยยิ้มคล้ายกับแม่ของเขาคือมีรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความ เศร้า สุดท้ายเธอเสียชีวิตด้วยน้ำมือของ คาริยะ จิน เพราะเธอต้องการจะหยุดการกระทำของเขา และเนื่องจากโยชิโนะ มีพลังแห่งความเป็นแม่ คาริยะ จึงใช้โอกาสตอนที่วิญญาณของเธอกำลังสลาย สร้างผลผลิตบางอย่างขึ้นมาในตอนนั้น เพื่อทำการบางอย่าง โดยถูกเรียกว่า Bitto
ในอดีตพวกเบาท์จะดูดกินวิญญาณของมนุษย์ที่เสียชีวิตแล้วเท่านั้น แต่หลังจากพวกเบาท์คิดทำการใหญ่ จึงเริ่มดูดกินวิญญาณของมนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่โดยการใช้ Bitto ไปดูดกินพลังวิญญาณของมนุษย์มาให้พวกตน ได้ดื่มกินอย่างง่ายดาย ซึ่งเนื่องจากเหตุการณ์นี้ จึงทำให้พวกอิจิโกะ ต้องบุกสู่รังของเหล่าเบาท์ โดย อิชิดะ ที่สูญเสียพลัง ก็ได้พลังคืนมา ด้วยฝีมือของ คุโรซึจิ เนม ที่นำของจากกองวิทยาการมาให้ และเมื่อถึงห้องสุดท้าย อิชิดะ ได้ใช้ธนู ยิงผ่าเข้ามิติสู่โซลโซไซตี้ พวกเบาท์ที่เหลืออีก 5 คน จึงได้เข้าสู่โลกของยมทูตอีกครั้ง
ต่อมา อิจิโกะ ลูเคีย แช็ด อิชิดะ โอริฮิเมะ คุณโยรุอิจิ และ พวกริรินทั้ง 3 ก็ตามไป และที่โซลโซไซตี้ หัวหน้าใหญ่ได้รู้ว่า เบาท์โผล่เข้ามา ก็ทราบว่า คาริยะ ต้องการพลังที่มีในโซลโซไซตี้ และใช้พลังนั้น ทำลายเซร์เรย์เทย์ซะ จึงสั่งให้ทุกหน่วยรีบจัดการ โดย ซุยฟง มายูริ ซาราคิ และ ฮิซึกายะ สามารถจัดการเบาท์ได้ ส่วนคาริยะที่ได้พลังมา ก็เข้าปะทะกับอิจิโกะ สุดท้ายชัยชนะก็ตกอยู่ในกำมือของ คุโรซากิ อิจิโกะ
เบาท์ทั้งหมดที่ปรากฏตัวมีทั้งหมด 11 คน
1. คาริยะ จิน หัวหน้าพวกเบาท์ ต้งการพลังเพื่อใช้ทำลายล้างโซลโซไซตี้ สุดท้ายตายด้วยฝีมือ คุโรซากิ อิจิโกะ ดอร์ ประจำตัวคือ ลม
2. อุนากาวะ เรียว ลูกน้องของคาริยะ อยากเป็นหัวหน้าเบาท์เอง สุดท้ายตายด้วยฝีมือ อิจิโนเสะ มากิ ดอร์ ประจำตัวคือ งู
3. โซมะ โยชิโนะ อดีตคนรักของคาริยะ แต่ล่วงรู้ความลับเข้า จึงหลบหนีออกมา และช่วยอิชิดะ สุดท้ายตามด้วยฝีมือ คาริยะ จิน ดอร์ ประจำตัวคือ ไฟ
4. ฝาแฝด บัน และ โฮ ลูกน้องของคาริยะ ต้องใช้พลังร่วมกันถึงจะควบคุมดอร์ได้ สุดท้ายตายด้วยฝีมือ ชิบะ กันจู ดอร์ ประจำตัว คือ น้ำ
5. โยชิ ลูกน้องของคาริยะ เป็นคนที่มีอาวุธที่เป็นชายและหญิงทั้งสองข้าง สุดท้ายตายด้วยฝีมือ อิชิดะ อุริว ดอร์ ประจำตัวคือ พัด (ซ้าย,หญิง) ดาบ (ขวา,ชาย)
6. อุงาคิ ลูกน้องของคาริยะ มีแนวเป็นนักวิทยาศาสตร์ ผลิต Bitto สุดท้ายตายด้วยฝีมือ อาบาราอิ เร็นจิ ดอร์ ประจำตัวคือ อาวุธชนิดต่างๆ (ใช้เงาเป็นสื่อ)
7. โคงะ โก ลูกน้องของคาริยะ เป็นคนตรงไปตรงมา ในอดีตสูญเสียลูกน้องไป สุดท้ายตายด้วยฝีมือ ฮิซึกายะ โทชิโร่ ดอร์ ประจำตัวคือ ดิน
8. มาบาชิ ลูกน้องของคาริยะ เป็นคนไม่ค่อยเชื่อฟังคำสั่งคาริยะ ชอบความซาดิส สุดท้ายตายด้วยฝีมือ ซุย ฟง ดอร์ ประจำตัวคือ ดอกไม้ที่ควบคุมคู่ต่อสู้ได้
9. ซาวาตาริ ลูกน้องของคาริยะ เป็นคนแก่ที่สุด อยากเป็นหัวหน้าเบาท์ สุดท้ายตายด้วยฝีมือ คุโรซึจิ มายูริ ดอร์ ประจำตัวคือ ปลา ที่ในท้องเป็นอีกมิติหนึ่ง
10. อิจิโนเสะ มากิ ลูกน้องของคาริยะ เป็นคนที่ในอีกเคียดแค้น ซาราคิ เค็นปาจิ มาก ต่อมา ก็รับรู้ว่าเป้าหมายที่แท้จริงของเขา ไม่ใช่การช่วยคาริยะ แต่เป็นการแก้แค้นให้หัวหน้าที่ตายแล้วในฐานะอดีตรองหัวหน้า สุดท้ายตายด้วยฝีมือ ซาราคิ เค็นปาจิ อาวุธประจำตัวคือ ดาบฟันวิญญาณสายวิถีมาร "นิจิกาซึมิ" (สายแสงสว่าง)
11. รันเทา อดีตผู้สร้างเบาท์ขึ้น และช่วยดูแลเหล่าเบาท์ สุดท้าย 46 ห้องวังกลาง ก็ลงโทษโดย การขับไล่ออกจากเซย์เรย์เทย์ สุดท้ายเมื่อรู้ว่า คาริยะกลับมา ก็ใช้ร่างของตนเองเปลี่ยนร่างตนเองให้เป็นเบาท์ แต่ก็พลาด สุดท้ายอิชิดะก็ช่วยได้ทัน ดอร์ ประจำตัวคือ ไฟ (คล้ายของโยชิโนะ)
อุปกรณ์ต่างๆในบลีช
ซัมปาคุโต (ดาบฟันวิญญาณ)
ซัมปาคุโตแต่ละเล่มสามารถเปลี่ยนรูปแบบได้สามรูปแบบ รูปแบบแรกมีลักษณะเป็นดาบคะตะนะธรรมดา (ทำให้ชินิกามิดูเหมือนซามูไรไปโดยปริยาย) ซัมปาคุโตเกือบทุกเล่มจะดูเหมือนกันในรูปแบบนี้ (อาจแตกต่างกันในเรื่องความยาว รูปแบบกั่นด้ามดาบเป็นต้น)
รูปแบบที่สองเรียกว่า ชิไค (Shikai) หรือปลดปล่อยขั้นต้น ซึ่งซัมปาคุโตทุกเล่มจะแสดงลักษณะเฉพาะตัวของมัน ชิไคของชินิกามิส่วนใหญ่เป็นอาวุธมือที่มีรูปร่างเฉพาะตน บ้างคงรูปดาบญี่ปุ่น บ้างคล้ายดาบจีน บ้างคล้ายดาบเซเบอร์ บ้างเป็นหอก บ้างเป็นมีด เป็นต้น นอกจากนี้ ชิไคแต่ละเล่มยังมีพลังโจมตีเฉพาะตัว เช่น พ่นลูกไฟ พ่นน้ำแข็ง ยึดยาวได้ เป็นต้น
รูปแบบที่สามเรียกว่า บันไค (Bankai - ฉบับภาษาไทยใช้คำว่า ปลดปล่อยสวัสดิกะ) ซึ่งเป็นรูปแบบขั้นสุดยอดของซัมปาคุโต บังไคมีรูปร่างไม่แน่นอน เช่น บังไคของชินิกามิบางตนเป็นกระดูกงูขนาดยักษ์[อาบาราอิ เร็นจิ] บางตนเป็นดาบเล็กๆ นับล้านเล่ม[คุจิกิ เบียคุยะ] บางตนเป็นหุ่นขนาดยักษ์[ซาจิน] หรือแม้แต่ดาบซามูไรธรรมดาๆ แต่เพิ่มความเร็ว พลังของผู้ใช้[คุโรซากิ อิจิโกะ] เป็นต้น บังไคเป็นรูปแบบที่มีพลังโจมตีสูงและสามารถใช้ท่าไม้ตายที่มีความรุนแรงมาก ได้ มีชินิกามิน้อยตนนักที่สามารถบรรลุบันไคของตัวเอง ผู้ที่ปลดปล่อยบังไคได้เท่านั้นที่จะมีสิทธิ์เป็นยมทูตในระดับ หัวหน้าหน่วย ใน 13 หน่วยพิทักษ์
ชนิดของดาบฟันวิญญาณ แบ่งตามลักษณะการใช้งาน
- แบบใช้โจมตีโดยตรง เป็นดาบที่เปลี่ยนแปลงรูปร่างไปเพื่อใช้ในการโจมตีทางกายภาพเป็นหลัก บ้างเป็นทวน (โฮซึคิมารุ) ยืดเป็นแส้ดาบ (ซาบิมารุ) เป็นเคียว เป็นอาวุธบินที่ควบคุมด้วยพลังกดดันวิญญาณเช่น เซมบงซากุระ
- แบบใช้วิธีมารโจมตี หรือที่เรียกว่าดาบฟันวิญญาณสายวิธีมาร (คิโด)
- สายวิธีทำลาย (ฮาโด) คือดาบที่สามารถส่งคลื่นพลังทำลายออกไปได้ เช่น ซันเงสึ (ท่าเก็ทสึกะเท็นโช) เบนิฮิเมะ (คลื่นพลังสีแดง) ฮิฮิโอ ซาบิมารุ (บังไคของ ซาบิมารุ) ท่าปืนใหญ่วานรสังหาร
- สายวิธีพันธนาการ (บาคุโด) คือดาบที่สามารถใช้ความสามารถในการเหนี่ยงรั้ง ตรึงการเคลื่อนไหว สะกดการเคลื่อนไหว สะกดประสาทสัมผัสของคู่ต่อสู้ เช่น เคียวขุซุยเก็ทสึ ของไอเซ็น ที่มีพลังสะกดจิต วาบิสุเกะของคิระที่ไปเพิ่มน้ำหนักให้อาวุธคู่ต่อสู้
- สายพิเศษ สายพลังรักษาอาการบาดเจ็บ เช่น มินัตสึกิ ของหัวหน้าหน่วย 4 (ยมทูตที่มีพลังแบบนี้มักเข้าหน่วย 4)
ทั้งนี้และทั้งนั้นดาบฟันวิญญาณบางเล่มก็มีความสามารถหลากหลายทั้งแบบโจม ตีและพันธนาการ เช่นดาบของ โทเซ็นที่มีทั้งท่าสะกดให้หลับ (วิถีพันธนาการ) ท่ายิงใบมีดออก (โดยเฉพาะบังไคที่เป็นการปิดกั้นประสาทสัมผัสทั้งหมดของคู่ต่อสู้) เทนซะ ซังเก็ทสึ ของอิจิโกะ นอกจากจะเพิ่มพลังทำลายของท่าเก็ทซึกะเท็นโช แล้วยังเพิ่ม "ความเร็ว" ของผู้ใช้อีกด้วย
วิชาต่างๆ ใน บลีช
วิชาของยมทูต
ประกอบด้วยวิชาสี่ประเภทดังนี้
- วิชาดาบ (Zanjutsu) ในรูปแบบไม่ปลดปล่อย การใช้งานเหมือนักวิชาดาบทั่วไป แต่เมื่อปลดปล่อยขั้นต้นหรือปลดปล่อยสวัสดิกะ จะมีวิธีการใช้งานแตกต่างกันออกไปแล้วตามความสามารถของดาบและบุคลิกภาพของ เจ้าของ
- วิถีมาร (Kidou) เป็นเวทมนตร์ ของยมทูต แบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆ คือ
- วิถีทำลาย (Hadou)
- วิถีผนึกหรือเรียกอีกอย่างว่าวิถีพันธนาการ(Bakudou)
- ก้าวพริบตา (Hohou)
- การต่อสู้ด้วยมือเปล่า (Hakuda)
อนึ่ง ยังมีวิชาที่ผนวกเอาวิถีมาร(Kidou)กับการต่อสู้ด้วยมือเปล่า(Hakuda)มาผสม กันเกิดเป็นวิชา "ยุทธพริบตา"(Shunpoo) อันมีลักษณะคล้ายใช้พลังของวิถีมารผสานไปกับกระบวนท่าต่อสู้ ซึ่งคิดค้นโดย ชิโฮอิน โยรุอิจิ กับ ซุยฟง
ทักษะทั้งสี่ชนิดนั้น สำหรับยมทูตคนหนึ่งๆ จะฝึกฝนให้ช่ำชองทั้งสี่ประเภทเป็นไปได้ยากมาก ยกตัวอย่างเช่น หน่วย 11 เน้นการต่อสู้ด้วยดาบกันตรงๆ โดยไม่สนใจจะใช้วิถีมาร จึงเป็นที่รวมของเหล่านักดาบฝีมือดี ในขณะที่หน่วยอื่นๆ ก็จะมีคนที่ใช้ทั้งดาบ วิถีมาร ก้าวพริบตา ในการต่อสู้ สำหรับหน่วยลับ ก็เน้น ก้าวพริบตา กับการต่อสู้ด้วยมือเปล่า อย่างชุยฟงซึ่งฝีกมาสองด้านนี้ ดาบฟันวิญญาณของชุยฟงเมื่อปลดปล่อยแล้วกลับมีขนาดเล็ก แต่ความสามารถก็เสริมส่งกับทักษะก้าวพริบตากับการต่อสู้ด้วยท่ามือเปล่าเป็น อย่างดี
ด้วย "ขีดจำกัดวิญญาณ" ดังกล่าว ดังนั้นจึงเกิดแนวคิด "ไขว่คว้าพลังอีกด้าน" มาเสริมขีดจำกัดนั้น อันเป็นที่มาของการที่ ฮอลโลว์ต้องการให้ได้มาซึ่งพลังยมทูตจึงพยายามถอดหน้ากากออกกำเนิดเผ่าอารัน คาร์ หรือยมทูตที่ได้พลังในส่วนฮอลโลว์มาที่เรียกว่า "ไวซาร์ด"
วิชาของควินซี่
วิธีต่อสู้ของควินซี่นั้น เน้นการหยิบยืม "อณูวิญญาณ" ในสภาพแวดล้อมรอบตัวมาควบแน่นด้วยพลังวิญญาณของตัวเองเพื่อสร้างอาวุธ ดังนั้นความแข็งแกร่งของควินซี่จึงขึ้นอยู่กับความชำนาญ การฝึกฝนและสภาพแวดล้อมเป็นสำคัญ ยิ่งอยู่ในพื้นที่ ที่มีอณูวิญญาณหนาแน่นมากเท่าใด (เช่น โซล โซไซตี้ ฮูเอโก มุนโด้ เป็นต้น)
- ธนู เป็นการรวบรวมอณูวิญญาณ แล้วควบแน่นด้วยพลังกดดันวิญญาณของควินซี่จนมีรูปร่างเป็นธนู ใช้สำหรับยิงออกไปจู่โจม
- เท้าเหิร เป็นท่าก้าวความเร็วสูง คล้ายกับก้าวพริบตาของยมทูต อาจจะเร็วกว่าท่าก้าวพริบตาของยมทูตซะด้วยซ้ำ
- การใช้ Seele Schneider (ซีเน่ ชไนเดอร์) โลหะแบนยาวมีห่วงที่ปลาย เป็นอุปกรณ์รวบรวมพลังกดดันวิญญาณ เมื่อมองเผินๆ เหมือนกับเป็นด้านดาบที่มีพลังวิญญาณเป็นใบดาบ แต่แท้จริงแล้วมันคือ "ลูกศร" ชนิดหนึ่งที่มีพลังสูงกว่าลูกศรอณูวิญญาณทั่วไป และลูกศรชนิดนี้ อิชิดะ อุริว ได้ใช้ต่อสู้กับอดีตเอสปาด้า (พรีวารอน เอสปาด้า) ที่ชื่อ จิรุตจิ ธันเดอร์วิซ หมายเลข105 และอารันคาร์ตนนี้ก็ได้พ่ายแพ้ต่อ อิชิดะ อุริว หลังจากนั้นจึงโดนพวกหน่วยล่าสังหาร (Executional force) ตามมาฆ่าอีกด้วย
- การใช้ Sprenger (สเปรนเจอร์) เป็นการวาดดาวห้าแฉกโดยใช้การประสานของ ซีเล่ ชไนเดอร์กับหลอดเงินทำลายทุกอย่างที่อยู่ในรัศมีของมัน ที่ปลายด้ามของซีเล่ ชไนเดอร์จะรวบรวมประจุวิญญาณที่ศัตรูปล่อยออกมาระหว่างการต่อสู้ และสามารถให้มันดูดกลืนพลังที่เก็บไว้และสร้างขอบเขตขึ้นมา และใช้มันวาดออกมาเป็นควินซี่ ไซเชน และขั้นตอนสุดท้ายก็ใช้พลังวิญญาณที่สะสมอยู่ในหลอดเงินเพื่อเป็นตัวจุด ระเบิด และมันมีพลังมหาศาลมาก
วิชาของอารันคาร์
- Cero(ซีโร่) หรือลำแสงศูนย์ ซีโร่ เป็นวิชาพื้นฐานหลักของพวกอารันคาร์(ที่เปลี่ยนผ่านมาจาก ฮอลโลว์ชั้น เมนอส กรังเด้) สามารถปล่อยซีโร่ออกมาตามส่วนต่างๆของร่างกาย เช่น มือ นิ้ว ปาก เป็นต้น สำหรับอารันคาร์ที่เก่งที่สุด สิบอันดับแรก หรือ เอสปาด้า จะมีซีโร่ที่รุนแรงยิ่งขึ้น เรียกว่า Grand Rei Cero (กรังด์ เรย์ ซีโร่) หรือ ลำแสงศูนย์มหาราชันย์
- Sonido(โซนิโด หรือท่าเท้าความเร็วเสียง) เป็นท่าก้าว ความเร็วสูง คล้ายกับวิชา "ก้าวพริบตา" ของยมทูต หรือ "เท้าเหิร" ของควินซี่
- Resurrection (รีเซอเรคเชียน) หรือ การปลดปล่อยดาบฟันวิญญาน'ของ อารันคาร์ จะไม่ใช่การปลดปล่อยแบบยมทูต เมื่อปลดปล่อยแล้ว จะแปลงกลับสู่สภาพฮอลโลว์ของตน และมี "ถ้อยคำปลดปล่อยดาบฟันวิญญาณ" คล้ายยมทูต เช่น จงเสียดเสียง-แพนเทร่า(กริมจอร์ แจ็คเกอร์แจ็ค) จงกินมันให้หมด-กล๊อตเนเลีย (อาโรนีโร่ อาลูเอรี่)
องค์กรในบลีช
13 หน่วยพิทักษ์
คือหน่วยงานของเหล่ายมทูตในโซลโซไซตี้ ถูกแบ่งออกเป็นหน่วยย่อยๆ 13 หน่วยด้วยกัน แต่ละหน่วยถูกเรียกด้วยหมายเลขตั้งแต่ 1 ถึง 13 และมีผู้นำคือหัวหน้าหน่วยและรองหัวหน้าหน่วย เครื่องแบบของหัวหน้าหน่วยจะแตกต่างจากเครื่องแบบปกติของชินิกามิ กล่าวคือจะใส่เสื้อคลุมยาวสีขาวที่ด้านหลังเขียนหมายเลขของหน่วยทับยูกาตะสี ดำของชินิกามิอีกทีหนึง ส่วนรองหัวหน้าหน่วยนั้นจะสวมปลอกแขนที่มีหมายเลขหน่วย หัวหน้าของหน่วยหนึ่งยังดำรงตำแหน่งพิเศษเป็นผู้บังคับการสูงสุดของ 13 หน่วยพิทักษ์อีกด้วย
ภายในแต่ละหน่วยยังมีตำแหน่งที่ลดหลั่นลงมาจากหัวหน้าและรองหัวหน้าหน่วย อีกหลายชั้น (กล่าวคือมียศเป็นอันดับที่สาม สี่ ห้า ฯลฯ ลงมา) ผู้ถือตำแหน่งเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าหมู่ของชินิกามิ ซึ่งในแต่ละหน่วยจะประกอบด้วยหมู่ย่อยๆ อย่างน้อย 20 หมู่ เป็นที่น่าสังเกตว่าชินิกามิที่ถือยศตำแหน่งที่สามกับที่ถือยศตำแหน่งที่ห้า อาจจะเก่งพอๆ กัน แต่ความแข็งแกร่งของหัวหน้าหน่วยนั้นเหนือกว่าของรองหัวหน้าหน่วยมาก เนื่องจากผู้ที่จะเป็นหัวหน้าหน่วยได้จะต้องสามารถใช้บังไคได้ อย่างเชี่ยวชาญ (ยกเว้น หัวหน้าหน่วย 11 ซาราคิ เค็มปาจิ ที่ไม่สามารถใช้ได้ทั้งชิไคและบังไค แต่ด้วยความสามารถส่วนตัวทางการต่อสู้ที่เก่งกาจ ทำให้ได้รับการยอมรับเป็นหัวหน้าหน่วย) ส่วนรองหัวหน้าหน่วยนั้นมีเพียงไม่กี่ตนที่สามารถปลดปล่อยบังไคของตัวเองได้ รองหัวหน้าหน่วยที่ปลดปล่อยบังไคได้ ตอนนี้มีเพียง เร็นจิและอิกคาคุ(ไม่ใช่รองหัวหน้า)
13 หน่วยพิทักษ์
หน่วยที่ 1
- ยามาโมโตะ เก็นริวไซ ชิเงคุนิ (「山本元柳斎重國」 Yamamoto-Genryūsai Shigekuni?)
- หัวหน้าหน่วยที่ 1 และเป็นหัวหน้าใหญ่ผู้ควบคุมอีก 12 หน่วยอีกที คำปลดปล่อยขั้นต้นของดาบฟันวิญญาณคือ "จงเผาสรรพสิ่งให้เป็นเถ้าถ่าน ริวจินจักระ" (วิถีเพลิงชำระ) โดยจะมีความสามารถเปลี่ยนดาบเป็นพลังไฟความร้อนสูง เป็นดาบฟันวิญญาณสายเพลิงที่เก่าแก่ และ ทรงอานุภาพมากที่สุดในโซลโซไซตี้
- ซาซาคิเบะ โชจิโร่ (「雀部長次郎」 Sasakibe Chōjirō?)
- รองหัวหน้าหน่วยที่ 1 เป็นชายผมสีเงิน สุขุม พูดน้อย มีดาบฟันวิญญาณชื่อ กอนเรียวมารุ (วิญญาณร้าย) คำปลดปล่อยคือ "จงทะลวง"
หน่วยที่ 2
- อดีตหัวหน้าหน่วย : ชิโฮอิน โยรุอิจิ (「四楓院夜一」 Shihōin Yoruichi?)
- เป็นผู้นำตระกูลชิโฮอิน ขณะนั้นเป็นหัวหน้าหน่วยที่ 2 ควบกับหัวหน้าหน่วยลับและหน่วยปราบปราม แต่ถูกปลดออกเนื่องจากช่วยอุราฮาร่า คิสึเกะหลบหนี ปัจจุบันอาศัยอยู่ในร้านอุราฮาร่า และแฝงตัวอยู่ในร่างแมว บางทีก็ติดต่อกับซุยฟงเพื่อสืบหาเรื่องประหลาดที่เกิดขึ้นในโลกมนุษย์
- ซุยฟง (「砕蜂」 Soifong หรือ Sùifēng ในภาษาจีนกลาง?)
- หัวหน้าหน่วยที่ 2 แห่ง "13 หน่วยพิทักษ์" และยังควบตำแหน่งผู้บัญชาการของ "หน่วยปราบปราม" แห่ง "หน่วยลับ" ในอดีตเคยเป็นรุ่นน้องของ ชิโฮอิน โยรุอิจิ เมื่อที่โยรุอิจิยังเป็นหัวหน้าหน่วยที่ 2 ชื่อดาบฟันวิญญาณคือ "ซึซึเมะบาจิ (ตัวต่อ)" คำปลดปล่อยดาบคือ "จงไล่ล่าเสียบสังหาร" มีท่าดาบคือ "โฮมงกะ (บุปผาลายผึ้ง)" ซึ่งสามารถสร้างตรา ได้ที่ตำแหน่งของศัตรูที่ถูกซึซึเมะบาจิฟัน และถ้าฟันจุดเดิมซ้ำอีกครั้งหนึ่ง ก็จะทำให้ศัตรูตายในทันที
- โอมาเอดะ มาเระจิโยะ (「大前田希千代」 Ōmaeda Marechiyo?)
- รองหัวหน้าหน่วยที่ 2 มีร่างกายอ้วนล่ำใหญ่โต ไว้ผมทรงแห้ว และชอบกินขนมกรุบกรอบ มีดาบฟันวิญญาณชื่อ เกะเกะซึบุริ (ห้าหัว) คำปลดปล่อยคือ "จงบดขยี้"
หน่วยที่ 3
- อดีตหัวหน้าหน่วย : โรส (「ローズ」 Rōzu?)
- โรส หรือ ชื่อจริง โอโทริบาชิ โรจูโร่ เป็นอดีตหัวหน้าหน่วยที่ 3 โดยเขาได้เป็นหัวหน้าหน่วยก่อนอุราฮาระ คิสึเกะเพียง 1 ปีเท่านั้น เขามีรูปร่างสูงใหญ่ ผมบลอนด์และหยักศก
- อดีตหัวหน้าหน่วย : อิชิมารุ งิน (「市丸ギン」 Ichimaru Gin?)
- อดีตหัวหน้าหน่วยที่ 3 และอดีตรองหัวหน้าหน่วยที่ 5 ในอดีต เป็นชายตาตี่ขี้เล่นยิ้มตลอด สนิทกับรันงิคุในฐานะเพื่อนสมัยเด็ก อตีดเป็นรองหัวหน้าของไอเซ็น และปัจจุบันได้เข้าร่วมกับไอเซ็น ดาบฟันวิญญาณของเขาคือ "ชินโซ (หอกเทวะ)" ซึ่งตามปกติจะเป็นดาบสั้นแต่เมื่อเขาปลดปล่อยดาบขั้นต้นแล้วจะตัวดาบจะพุ่ง เข้าหาศัตรูอย่างรวดเร็วราวกับยิงออกไป จึงเหมาะสมกับคำปลดปล่อยของเขาที่ "เล็งสังหาร" ยิ่งนัก
- อามาไก ชูสึเกะ (「天貝繍助」 Amagai Shūsuke?) เป็นหัวหน้าหน่วยที่ 3 คนปัจจุบันแทนอิชิมารุ งินที่ได้เข้าร่วมกับไอเซ็น อามาไกเป็นตัวละครพิเศษที่ปรากฏตัวเฉพาะในอะนิเมะเท่านั้น ลักษณะภายนอกเป็นชายที่ดูซกมกแต่ก็เป็นคนร่าเริงแจ่มใสและไม่ถือตัว เพราะอามาไกเป็นยมทูตที่ใช้เวลาส่วนใหญ่คอยตรวจตราอยู่บริเวณที่ห่างไกลจาก โซลโซไซตี้ ในช่วงแรกยมทูตในหน่วยที่ 3 ไม่ค่อยไว้ใจเขาเท่าไหร่นัก ตอนที่เขาแนะนำตัวในที่ทำการหน่วยทุกหน่วย ในอะนิเมะได้ดำเนินเรื่องในส่วนของอามาไกอย่างรวดเร็ว เขามีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง เขาเข้ามาเป็นยมทูตใน 13 หน่วยพิทักษ์เพื่อแก้แค้นหัวหน้าใหญ่ยามาโมโตะที่ฆ่าพ่อของเขาและเก็บไว้ เป็นความลับ หลังจากผู้สมรู้ร่วมคิดของเขาถูกฆ่าตาย อามาไกได้ต่อสู้กับหัวหน้าใหญ่ยามาโมโตะจนกระทั่งถูกอิจิโกะปราบลงและได้รับ รู้เรื่องราวที่แท้จริงเกี่ยวกับการตายของพ่อตัวเอง และเขาได้ชดเชยความผิดที่เขาได้กระทำขึ้นมา
ดาบฟันวิญญาณของอามาไกมีชื่อว่า "ไรคะ" (「雷火」 Raika?) โดยกล่าวคำปลดปล่อยขั้นต้นว่า "จงตัด" (「たちきれ」 tachikire?) มีลักษณะเป็นดาบฟันวิญญาณยาวสีขาวทั้งเล่ม คมดาบเป็นรูปโค้งคล้ายกับขลุ่ย คมดาบจะส่องแสงเปลวไฟและเกิดความร้อนขึ้น สามารถปลดปล่อยลูกไฟบนพื้นดิน และผ่าไฟเป็นรอยแยกเพื่อโจมตีศัตรู
- คิระ อิซึรุ (「吉良イヅル」 Kira Izuru?)
- รองหัวหน้าหน่วยที่ 3 เพื่อนร่วมรุ่นของ อาบาราอิ เร็นจิ และ ฮินาโมริ โมโมะ เขาคอยติดตามงิน เพื่อที่จะปกป้องไม่ให้ฮินาโมริเป็นอันตรายแต่สุดท้ายก็ไม่เป็นผล ดาบฟันวิญญาณของเขามีชื่อว่า "วาบิซึเกะ (ขออภัยโทษ)" มีความสามารถในการเพิ่มน้ำหนักของสิ่งที่โดนฟันได้ครั้งละสองเท่า (ตัวอย่าง: 2->4->8->16...) ส่วนคำปลดปล่อยขั้นต้นของเขาคือ "จงเชิดหน้าขึ้น"
หน่วยที่ 4
- อุโนฮานะ เร็ตสึ (「卯ノ花烈」 Unohana Retsu?)
- หัวหน้าหน่วยที่ 4 ซึ่งเป็นหน่วยรักษาพยาบาล เธอเป็นหัวหน้าที่สงบเรียบร้อยและมากไปด้วยความสามารถ (แต่หากเธอจะโหดเมื่อไหร่ก็สามารถข่มได้แม้กระทั่งหน่วย 11) ดาบของเธอมีชื่อว่า "มินาซึกิ" ถึงแม้ว่าจะไม่มีรายละเอียดใดๆมากนักแต่เมื่อเธอปลดปล่อยดาบขั้นต้น ดาบจะแปลงกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่คล้ายปลากระเบนยักษ์ที่สามารถบินได้ และสามารถรักษาบาดแผลของคนอื่นได้โดยการกลืนคนผู้นั้นเข้าไปในท้อง
- โคเท็ตสึ อิซาเนะ (「虎徹勇音」 Kotetsu Isane?)
- รองหัวหน้าหน่วยที่ 4 เป็นพี่สาวของ โคเท็ตสึ คิโยเนะ นักสู้ลำดับที่ 3 ของหน่วยที่ 13 มีความเชี่ยวชาญด้านวิถีมารเพื่อการสื่อสารภายในโซลโซไซตี้ อิซาเนะเป็นคนที่มีร่างกายสูงใหญ่ แต่มักจะซุ่มซ่ามทำของตกบ่อย และยังชอบฝันร้ายเป็นประจำ ดาบของเธอมีชื่อว่า "อิเทะกุโมะ" เมื่อทำการปลดปล่อยดาบจะมีลักษณะเป็นกิ่งก้าน
- อิเอมูระ ยาโซจิกะ (「伊江村八十千和」 Iemura Yasochika?)
- นักสู้อันดับ 3 ของหน่วยที่ 4 เป็นชายร่างสูง สวมแว่นหน้า คอยสั่งการในสถานพยาบาลช่วงที่หัวหน้าและรองหัวหน้าไม่อยู่
- ยามาดะ ฮานาทาโร่ (「山田花太郎」 Yamada Hanatarō?)
- นักสู้อันดับ 7 ของหน่วยที่ 4 เป็นยมทูตตัวเล็ก ท่าทางเซ่อๆซ่าๆ มักถูกคนในหน่วยหลอกเป็นประจำ มีดาบฟันวิญญาณที่สามารถรักษาบาดแผลได้
- โองิโด ฮารุโนบุ (「荻堂春信」 Ogidō Harunobu?)
หน่วยที่ 5
- อดีตหัวหน้าหน่วย : ฮิราโกะ ชินจิ (「平子真子」 Hirako Shinji?)
- อดีตหัวหน้าหน่วย 5 ขณะนั้นไว้ผมยาว ดูไม่ค่อยเอาการเอางานเท่าที่ควร สนิทกับฮิโยริซึ่งขณะนั้นเป็นรองหัวหน้าหน่วยที่ 12 มาก่อน และเป็นคนที่คอยสังเกตการอุราฮาร่าขณะที่เขาได้เลื่อนเป็นหัวหน้าหน่วยที่ 12 ช่วงแรก เป็นไวเซิร์ดที่มาชวนอิจิโกะให้ฝึกพลังฮอลโลว์ในตัว
- อดีตหัวหน้าหน่วย : ไอเซ็น โซสึเกะ (「藍染惣右介」 Aizen Sōsuke?)
- อดีตหัวหน้าหน่วยที่ 5 ดาบของเขาชื่อ"เคียวขะซุยเงสึ" (กระจก บุปผา จันทรา วารี) ซึ่งมีพลังในการสะกดโดยสมบูรณ์ เขาได้ใช้พลังของดาบสะกดให้เห็นว่าตนถูกฆ่าตาย เขาเป็นตัวการที่แท้จริงของเหตุการณ์บุก โซลโซไซตี้ และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทุกอย่าง แท้จริงแล้วเป้าหมายของเขาคือ "โฮเคียคุ" ที่ซ่อนอยู่ภายในตัวของคุจิกิ ลูเคีย เขาเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ฮอว์โลว์กลายเป็นอารันคาร์ได้โดยใช้โฮเคียคุ ปัจจุบันเป็นหัวหน้าของเหล่าอารันคาร์
- ในอดีตเขาเคยเป็นรองหัวหน้าหน่วยที่ 5 มาก่อน ขณะนั้นฮิราโกะเป็นหัวหน้าหน่วยที่ 5 อยู่ โดยไอเซ็นสงสัยในตัวของคิสึเกะมากที่สุด
- ฮินาโมริ โมโมะ (「雛森 桃」 Hinamori Momo?)
- รองหัวหน้าหน่วยที่ 5 ฮินาโมริเป็นคนที่ใช้วิถีมารเก่งมากและยังเป็นเพื่อนสมัยเด็กกับฮิซึกายะ โทชิโร่ หัวหน้าหน่วยที่ 10 ด้วย ฮินาโมริเคยถูกไอเซ็นช่วยชีวิตจากฮอลโลว์เมื่อยังเป็นนักเรียนในเซย์เรย์เท ย์อยู่ ตั้งแต่นั้นเธอจึงรักและนับถือไอเซ็นมาก และตั้งมั่นว่าถ้าได้เป็นยมทูตเมื่อใดเธอจะเข้าสังกัดหน่วยที่ 5 ให้ได้
หน่วยที่ 6
- อดีตหัวหน้าหน่วย : คุจิกิ งินเรย์ (「朽木銀嶺」 Kuchiki Ginrei?)
- อดีตหัวหน้าหน่วยที่ 6 เป็นปู่ของเบียคุยะ และเป็นหัวหน้าตระกูลคุจิกิในขณะนั้น คอยขัดเกลาเบียคุยะให้เป็นผู้นำตระกูลคุจิกิมาตั้งแต่ยังเล็ก
- คุจิกิ เบียคุยะ (「朽木白哉」 Kuchiki Byakuya?)
- หัวหน้าหน่วยที่ 6 เป็นหัวหน้าตระกูล "คุจิกิ" 1 ใน 4 ตระกูลขุนนางชั้นสูง และว่ากันว่าเบียคุยะนั้นมีฝีมือเก่งกาจที่สุดในประวัติศาสตร์ตระกูลคุจิกิ อันยาวนาน ดาบฟันวิญญาณของเขาคือ "เซมบง ซากุระ(ซากุระพันกลีบ)" มีคำปลดปล่อยขั้นต้นคือ "จงโปรยปราย" เมื่อปลดปล่อยขั้นต้นแล้วใบดาบของดาบจะหายไปกลายเป็นใบมีดเล็กๆนับพันที่ สามารถฟันศัตรูให้เป็นชิ้นๆได้อย่างรวดเร็ว และแสงของใบมีดนี้จะเปล่งประกายระยิบระยับราวกับกลีบซากุระ ส่วนชื่อของปลดปล่อยสวัสดิกะคือ "เซมบง ซากุระ คาเงโยชิ" (เงาหาญซากุระพันกลีบ)
- ในสมัยก่อนหน่วยที่ 6 มี คุจิกิ งินเรย์ (ซึ่งเป็นปู่ของคุจิกิ เบียคุยะ) เป็นหัวหน้าหน่วย 6 อยู่ในขณะนั้น
- อาบาราอิ เร็นจิ (「阿散井恋次」 Abarai Renji?)
- รองหัวหน้าหน่วยที่ 6 เจ้าของผมแดง แว่นตาราคาแพง (ว่ากันว่าแว่นของเจ้าตัวนั้นมีราคาเท่ากับเงินเดือนครึ่งปีรวมกัน) และรอยสักบนหน้าผากกับลำตัวว่ากันว่าได้มาตอนที่เข้ามาเป็นยมทูต เขาเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับ ฮินาโมริ โมโมะ และ คิระ อิซึรุ อีกทั้งยังเป็นเพื่อนเก่าของ คุจิกิ ลูเคีย(คนที่เขาแอบชอบ) มาตั้งแต่สมัยที่ยังไม่ได้เข้ามาศึกษาในเซย์เรย์เทย์ ดาบฟันวิญญาณของเขาคือ "ซาบิมารุ" ชื่อของปลดปล่อยสวัสดิกะคือ "ฮีฮีโอ ซาบิมารุ" (ราชันย์บาบูน)
- ชิโรงาเนะ มิฮาเนะ (「銀美羽」 Shirogane Mihane?)
- ริคิจิ (「理吉」 Rikichi?)
- ยมทูตในหน่วยที่ 6 ที่ผมมีสายไฟห้อยอยู่ โดยริคิจิเป็นยมทูตเพราะชื่นชมในตัวเร็นจิเป็นอย่างมาก
หน่วยที่ 7
- อดีตหัวหน้าหน่วย : ไอกาว่า เลิฟ (「愛川羅武」 Aigawa Love?)
- อดีตหัวหน้าหน่วยที่ 7 ในขณะนั้น ไว้ผมทรงแอฟโฟร่ ชอบอ่านการ์ตูนของโชเน็นจั๊มป์ เป็นเพื่อนสนิทของโรสซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยที่ 3
- โคมามูระ ซาจิน (「狛村左陣」 Komamura Sajin?)
- หัวหน้าหน่วยที่ 7 ปกติมักจะสวมหมวกปิดบังใบหน้าไว้เสมอ เนื่องจากมีใบหน้าเป็นหมาป่า อดีตเคยเป็นเพื่อนรักกับโทเซ็น คานาเมะ หัวหน้าหน่วยที่ 9
- ในสมัยก่อนหน่วยที่ 7 มี ไอคาว่า เลิฟ(1ในไวเซิร์ด) เป็นหัวหน้าหน่วย 7 อยู่ในขณะนั้น
- อิบะ เท็ตซึซาเอมอน (「射場鉄左衛門」 Iba Tetsuzaemon?)
- รองหัวหน้าหน่วยที่ 7 อดีตเคยสังกัดอยู่หน่วยที่ 11 ก่อนมาเป็นรองหัวหน้าหน่วยที่ 7 มีความทะเยอทะยานฝึกฝนตนเองเพื่อให้เป็นรองหัวหน้าเสมอ แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่ละทิ้งสไตล์การต่อสู้ของตัวเอง
- อิคคังซากะ จิโรโบ (「一貫坂慈楼坊」 Ikkanzaka Jirōbō?)
- ได้รับฉายาว่า "เคียวสายลม" เป็นผู้ใช้อาวุธบินเก่งสุดในโซโซลไซตี้ ชื่อของดาบฟันวิญญาณของเขาคือ ซันซาคิการาซึ(อีกาทะลวง) คำปลดปล่อยดาบฟันวิญญาณคือ "จงกระพือปีก"
หน่วยที่ 8
- เคียวราคุ ชุนซุย (「京楽春水」 Kyōraku Shunsui?)
- หัวหน้าหน่วยที่ 8 เป็นคนเจ้าชู้มาก แถมยังชอบใส่เสื้อผ้าสีสันบาดตาบาดใจ แต่ก็เป็นคนที่มีฝีมือสูงมากคนนึง
- ในสมัยก่อนหน่วยที่ 8 มี ยาโดมารุ ริสะ (1 ในไวเซิร์ด) เป็นรองหัวหน้าหน่วย 8 อยู่ในขณะนั้น
- อดีตรองหัวหน้าหน่วย : ยาโดมารุ ริสะ (「矢胴丸リサ」 Yadōmaru Risa?)
- เป็นรองหัวหน้าที่ 8 ขณะนั้น มีนิสัยเงียบขรึม ใส่ชุดยมทูตกระโปรงสั้นเหมือนชุดนักเรียน มีประสบการณ์ในการต่อสู้ขึ้นสูง โดยเข้าไปสืบหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องที่ยมทูตหน่วยที่ 9 หายไปอย่างไร้ร่องรอย
- อิเสะ นานาโอะ (「伊勢七緒」 Ise Nanao?)
- รองหัวหน้าหน่วยที่ 8 เป็นรองหัวหน้าที่เป็นคนคุมหัวหน้าซะงั้น ความเก่งก็อยู่ในขั้นสูงไม่เบา
- เอ็นโจจิ ทัตสึฟุสะ (「円乗寺辰房」 Enjōji Tatsufusa?)
- นักสู้ลำดับ 3 ของหน่วยที่ 8 ถูกแช้ดโจมตีขณะที่กำลังผ่านที่ทำการหน่วยที่ 8 ในตอนที่มาช่วยคุจิกิ ลูเคีย
หน่วยที่ 9
- โทเซ็น คานาเมะ (「東仙 要」 Tōsen Kaname?)
- หัวหน้าหน่วยที่ 9 ตาบอด อดีตเคยมีหญิงสาวที่หลงรักอยู่แต่หญิงสาวคนนั้นถูกฆ่าโดยสามีของหล่อนเอง เขาเป็นคนที่รักความยุติธรรมมาก ปัจจุบันไปเข้าร่วมกับไอเซ็น ชื่อดาบฟันวิญญานคือ ซึซึมูชิ (จิ้งหรีด)คำปลดปล่อยดาบฟันวิญญาณคือ "จงคร่ำครวญ"
- ในสมัยก่อนหน่วยที่ 9 มี มุกุรุม่า เค็นเซย์(1ในไวเซิร์ด) เป็นหัวหน้าหน่วย 9 และมี มาชิโระ(1ในไวเซิร์ด) เป็นรองหัวหน้าหน่วย 9 อยู่ในขณะนั้น
- ฮิซากิ ชูเฮย์ (「檜佐木修兵」 Hisagi Shūhei?)
- รองหัวหน้าหน่วยที่ 9 ให้ความนับถือโทเซ็น คานาเมะมาก เคยสอบเข้าโรงเรียนยมทูตถึง 2 ครั้ง จึงสามารถเข้าเรียนได้ เขาเป็นรุ่นพี่ของอาบาราอิ เร็นจิ, คิระ อิซึรุ และฮินาโมริ โมโมะ สมัยเรียนอยู่ที่โรงเรียนยมทูตนั้น ฮิซากิ คือรุ่นพี่ปี 6 คนเดียวที่รอดจากการไปอบรมรุ่นน้อง (คนอื่นถูกฮอลโลว์ฆ่าตาย) ซึ่งฮิซากิ และรุ่นน้องทั้งสาม คือ เร็นจิ, คิระ และฮินาโมริ ได้รับการช่วยเหลือจากไอเซ็น โซสึเกะ (อดีต) หัวหน้าหน่วยที่ 5 และอิชิมารุ งิน รองหัวหน้าหน่วยที่ 5 ในเวลานั้น
- อุเมซาดะ โทชิโมริ (「梅定敏盛」 Umesada Toshimori?)
หน่วยที่ 10
- ฮิตสึกายะ โทชิโร่ (「日番谷冬獅郎」 Hitsugaya Tōshirō?)
- หัวหน้าหน่วยที่ 10 เป็นเด็กอัจฉริยะ มีความสามารถด้านการใช้ดาบสูงพอๆ กับผู้ใหญ่คำปลดปล่อยคือ จงสถิตเหนือฟ้าเหมันต์ ดาบคือเฮียวรินมารุ ซึ่งเป็นดาบที่แข็งแกร่งที่สุดในสายน้ำแข็ง เป็นเพื่อนสมัยเด็กของฮินาโมริ โมโมะ ชื่อของการปลดปล่อยสวัสดิกะของฮิตสึกายะคือ "ไดงูเร็น เฮียวรินมารุ (วงแหวนน้ำแข็งดอกบัวโลหิต)"
- มัตสึโมโตะ รันงิคุ (「松本乱菊」 Matsumoto Rangiku?)
- รองหัวหน้าหน่วยที่ 10 เพื่อนสมัยเด็กของอิชิมารุ งิน เคยถูกอิชิมารุช่วยไว้จากการเป็นลม และอิชิมารุยังได้ตั้งให้ "วันที่ได้เจอกันครั้งแรก" เป็นวันเกิดของรันงิคุด้วย มีดาบฟันวิญญานชื่อ "ไฮเนโกะ (แมวขี้เถ้า)" ถึงแม้ว่าจะมีหัวหน้าหน่วยอายุน้อยกว่าตัวเองแต่ก็ให้ความเคารพหัวหน้าเป็น อย่างดี มัตสึโมโตะ เป็นผู้หญิงที่มีหน้าอกใหญ่ที่สุดในเรื่องนี้เลยที่เดียว
- ทาเคโซเอะ โคคิจิโร่ (「竹添幸吉郎」 Takezoe Kōkichirō?)
หน่วยที่ 11
- ซาราคิ เคมปาจิ (「更木剣八」 Zaraki Kenpachi?)
- หัวหน้าหน่วยที่ 11 ที่ชอบการต่อสู้เป็นชีวิตจิตใจ เป็นหัวหน้าหน่วยเพียงคนเดียว ใน 13 หน่วยพิทักษ์ที่ปลดปล่อยดาบฟันวิญญาณไม่ได้ ทั้งขั้นต้น และสวัสดิกะ เนื่องจากไม่รู้ชื่อดาบฟันวิญญาณของตัวเอง(ที่จำไม่ได้เพราะเวลาที่สู้ไม่ เคยทำไห้เคมปาจิต้องปลดปล่อยดาบ) หลังจากการต่อสู้กับอิจิโกะ มีอยู่ฉากหนึ่งที่ซาราคิ ถามชื่อดาบของตัวเองและหมดสติไป เป็นไปได้ว่าอาจจะถูกดาบฟันวิญญาณ เรียกไปสนทนาด้วย แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่รู้ชื่อดาบ และยังปล่ดปล่อยไม่ได้) คลั่งไคล้การต่อสู้ ใช้แต่ฝีมือของตนเองเท่านั้น ไม่พึ่งพาดาบฟันวิญญาณเลย เขาเคยพูดกับอิจิโกะว่า "เลือดแล้วเนื้อที่ถูกฟัดมันเป็นแค่การเสียสละเพื่อจะได้สนุกกับการฆ่ากัน เท่านั้น" ตอนสู้กับ นอยโทร่า เคมปาจิ ได้ใช้วิชาเคนโด้ เพื่อเพิ่มพลัง ในการฟันทำให้นอยโทร่า แพ้ไป(เคนโด้ คือ การที่จับดาบ 2 มือ ปกติ เคมปาจิ จะจับดาบแค่มือเดียว)
- ในสมัยก่อนผู้ใดที่ได้เป็นหัวหน้าหน่วย 11 จะต้องใช้นามประจำหัวหน้าหน่วยที่สืบทอดกันมา คือ เคมปาจิ
- คุซาจิชิ ยาจิรุ (「草鹿八千流」 Kusajishi Yachiru?)
- รองหัวหน้าหน่วยที่ 11 เป็นเด็กที่ถูก ซาราคิ เค็มปาจิ เก็บมาเลี้ยงและตั้งชื่อให้ มักจะเรียกเค็มปาจิว่า เค็นจัง มีความสามารถในการวิ่งได้อย่างรวดเร็วมาก (แต่ปกติจะชอบอยู่บนหลังของ ซาราคิ เค็มปาจิ ซะมากกว่า) แถมยังรั้งตำแหน่ง ประธานสมาคมยมทูตสตรี อีกด้วย
- มาดาราเมะ อิกคาคุ (「斑目一角」 Madarame Ikkaku?)
- นักสู้อันดับ 3 ของหน่วยที่ 11 มีหัวโล้น ดาบฟันวิญญาณของเขาคือ "โฮซึคิมารุ" คำขึ้นต้นเวลาปลดปล่อย "จงยืดออก" เวลาปลดปล่อยสวัสดิกะชื่อว่า "ริวมอนโฮซึคิมารุ (โคมอสูรลายมังกร)"
- อายาเซะงาวะ ยูมิจิกะ (「綾瀬川弓親」 Ayasegawa Yumichika?)
- นักสู้ลำดับ 5 ของหน่วยที่ 11 เพื่อนซี้ของมาดาราเมะ อิกคาคุ เป็นคนค่อนข้างรักสวยรักงาม มีดาบฟันวิญญาณชื่อ "รุริอิโระ คุจากุ" ซึ่งตัวยูมิจิกะเองต้องการปกป้องความสามารถที่แท้จริงของดาบฟันวิญญาณตัวเอง จากยมทูตคนอื่นๆ จึงมักเรียกชื่อดาบตัวเองว่า "ฟูจิ คุจากุ" เสมอๆ เพื่อให้ดาบฟันวิญญาณของตนปลดปล่อยพลังงานเพียงบางส่วน และสาเหตุที่ยูมิจิกะขอเป็นนักสู้ลำดับที่ 5 เนื่องจากเขาถือว่าเลข 4 ไม่เป็นมงคล
- อารามากิ มาคิโซ (「荒巻真木造」 Aramaki Makizō?)
- นักสู้ในหน่วยที่ 11 ยาจิรุตั้งชื่อให้ว่า มาคิมาคิ, หนวดแหยม เริ่มมีบทบาทจากการพาโอริฮิเมะหนีไปตามคำสั่งของอิชิดะ อุริว โดยมาคิโซพามาที่หน่วยที่ 4 เพื่อให้รับการรักษา
- อิจิโนเสะ มากิ (ไม่ทราบชื่อทางญี่ปุ่น)(อดีตยมทูต)
- นักสู้ในหน่วยที่ 11 หนีออกจากเซย์เรย์เทร์เพราะว่า ซาราคิ เค็นปาจิ ฆ่าหัวหน้าหน่วย 11 คนก่อนจึงไม่อยากเคารพต่อซาราคิ เค็นปาจิ หลังจากที่ไปอยู่กับเบาท์ ก็กลับมาที่โซลโซไซตี้เพื่อขัดขวางพวก ฮิซึกายะที่จะกลับเซย์เรย์เทร์ สุดท้ายก็โดน ซาราคิ เค็นปาจิ (ในสภาพปลดปล่อยเต็มที่) สังหารในที่สุด
ยาจิรุชอบเรียกว่า มากิจัง ดาบฟันวิญญาณของอิจิโนะเสะ มากิ คือ นิจิกาซึมิ (ดาบแห่งสายวิถีมาร)
หน่วยที่ 12
- อดีตหัวหน้าหน่วย : ฮิคิฟุเนะ คิริโอะ (「曳舟 桐生」 Hikifune Kirio?)
- อดีตหัวหน้าหน่วยที่ 12 ในช่วงเริ่มต้น Turn Back the Pendulum ตามเนื้อเรื่องเธอได้เลื่อนตำแหน่งไปเป็นหัวหน้าหน่วยที่ 0 หรือหน่วยพิเศษราชันย์ ซึ่งซารุงากิ ฮิโยรินับถือเธอเหมือนแม่
- อดีตหัวหน้าหน่วย : อุราฮาร่า คิสึเกะ
- อดีตหัวหน้าหน่วยที่ 12 ตอนนี้กลายเป็นเจ้าของร้านขายขนม เป็นคนทำให้อิจิโกะได้พลังยมทูตคืนมา รวมทั้งฝึกสอนการต่อสู้ให้อิจิโกะด้วย มักจะใส่หมวกและเกี๊ยะ อิจิโกะเลยเรียกว่า "เจ้าหมวกเกี๊ยะ" ก่อนที่จะมารับตำแหน่งเป็นหัวหน้าหน่วยที่ 12 นั้นเคยเป็นนักสู้อันดับ 3 ของหน่วยที่ 2 และเป็นหัวหน้าหน่วยราชทัณฑ์มาก่อน
- คุโรซึจิ มายูริ (「涅マユリ」 Kurotsuchi Mayuri?)
- หัวหน้าหน่วย 12 เป็นคนชอบทำการทดลองโดยไม่นึกถึงชีวิตและจิตใจของคนอื่น เห็นได้จากการที่เขาระเบิดลูกน้องในหน่วยของตัวเองหน้าตาเฉยเพียงเพื่อจับ ตัวพวกเรียวกะ ความสามารถของดาบฟันวิญญาณของมายูริคือ เมื่อโดนฟันร่างกายของศัตรูจะขยับแขนขาไม่ได้ อดีตเคยเป็นบุคคลอันตรายที่สุดในโลกโซล โซไซตี้มาก่อน แต่เพราะอุราฮาร่ากับฮิโยริเข้ามาในคุกที่ชื่อว่า "รังหนอน" และพาตัวคุโรซึจิไปช่วยงานกองวิทยาการ โดยได้ตำแหน่งรองหัวหน้ากองวิทยาการและนักสู้ลำดับ 3 ของหน่วย 12
- คุโรซึจิ เนมุ (「涅ネム」 Kurotsuchi Nemu?)
- รองหัวหน้าหน่วยที่ 12 เป็นร่างที่ถูกมายูริสร้างขึ้นมีความสัมพันธ์คล้ายๆพ่อลูกกันเพียงแต่เนมุ เป็นคนดีมากกว่า เห็นได้จากการที่เธอแบ่งยาถอนพิษให้อิชิดะดื่ม และเธอยังเป็นคนที่หมัดหนักอีกด้วย
หน่วยที่ 13
- อุคิทาเกะ จูชิโร่ (「浮竹十四郎」 Ukitake Jūshirō?)
- หัวหน้าหน่วยที่ 13 เป็นหัวหน้าหน่วยเพียงคนเดียวใน 13 หน่วยพิทักษ์ที่ร่างกายอ่อนแอ เขาเป็นโรคปอดตั้งแต่เด็กทำให้ผมกลายเป็นสีขาว แต่ถึงยังงั้นก็เป็นคนเก่งคนนึงทีเดียว เห็นได้จากที่เขาสู้กับยามาโมโต้ เก็นริวไซ ชิเงคุนิ และเป็นหัวหน้าของลูเคียด้วย
- ชิบะ ไคเอ็น (「志波海燕」 Shiba Kaien?)
- รองหัวหน้าหน่วยที่ 13 เป็นคนร่าเริง รักพวกพ้อง แต่งงานและมีภรรยาแล้ว เสียชีวิตเนื่องจากถูกฮอว์โลว์ที่ฆ่าภรรยาของตนเข้าควบคุมร่างในขณะต่อสู้ และถูกสังหารโดยลูเคีย มีดาบฟันวิญญานชื่อ "เนจิบานะ" คำปลดปล่อยดาบคือ "น้ำแห่งฟากฟ้าจงคลี่คลาย" สมัยยังมีชีวิต ไคเอ็นคือผู้ที่สอนวิชาดาบให้แก่ลูเคีย
- ชิบะ มิยาโกะ (「志波都」 Shiba Miyako?)
- อดีตนักสู้ลำดับที่ 3 ของหน่วยที่ 13 ภรรยาของชิบะ ไคเอ็น เป็นคนที่มีรูปโฉมงดงามและมีความสามารถมาก จนลูเคียรู้สึกชื่นชมและอยากยึดถือเอาเป็นแบบอย่าง แต่ในวันหนึ่ง มิยาโกะได้พลาดท่าถูกฮอลโลว์สิง ทำให้เธอลงมือฆ่าพวกเดียวกันเอง และถูกฮอลโลว์ตนนั้นกลืนกินเข้าไปในที่สุด
- โคสึบากิ เซ็นทาโร่ (「小椿仙太郎」 Kotsubaki Zentarō?)
- นักสู้ลำดับที่ 3 (คนที่1) ของหน่วยที่ 13 มักจะทะเลาะกับคิโยเนะเสมอๆ
- โคเท็ตสึ คิโยเนะ (「虎徹清音」 Kotetsu Kiyone?)
- นักสู้ลำดับที่ 3 (คนที่2) ของหน่วยที่ 13 เป็นน้องสาวของโคเท็ตสึ อิซาเนะ รองหัวหน้าหน่วยที่ 4
- คุจิกิ ลูเคีย
- (ดูที่ด้านบน)
- คุรุมาดานิ เซ็นโนะสุเกะ (「車谷善之助」 Kurumadani Zennosuke?)
ตระกูลชิบะ
- ชิบะ กันจู (「志波岩鷲」 Shiba Ganjū?)
- น้องชายของ ชิบะ คูคาคุ และชิบะ ไคเอ็น เป็นคนอารมณ์ร้อนและมักทำอะไรวู่วาม เคยเกลียดชังยมทูต โดยเฉพาะลูเคีย เพราะเข้าใจว่าลูเคียเป็นคนฆ่าพี่ชายของตน แม้บางครั้งจะดูติงต๊อง แต่ก็เป็นคนที่รักเพื่อนมาก กันจูเป็นผู้ที่พาพวกอิจิโกะไปในเซเรย์เทย์ เมื่อไปถึงก็ได้ต่อสู้กับกับยูมิจิกะ และสามารถเอาชนะได้ วิชาต่อสู้ของเขาคือ วิชาคลื่นหินที่สามารถทำให้สิ่งต่างๆ กลายเป็นทราย
- ชิบะ คูคาคุ (「志波空鶴」 Shiba Kūkaku?)
- พี่สาวของ ชิบะ กันจู และน้องสาวของชิบะ ไคเอ็น เป็นคนสร้างปืนใหญ่คูคาคุ และใช้วิถีมารได้เก่งทีเดียว
- โคงาเนะฮิโกะ และ ชิโรงาเนะฮิโกะ (「金彦・銀彦」 Koganehiko-Shiroganehiko?)
- ลูกน้องของคูคาคุ คอยต้อนรับแขกอยู่ภายนอกบ้าน
หน่วยวิถีมาร
"หน่วยวิถีมาร" คือหน่วยพิเศษหน่วยหนึ่งของโซล โซไซตี้ที่รวบรวมเอาเฉพาะยมทูตที่มีฝีมือทางด้านวิถีมารสูงมาก่อตั้งเป็น หน่วยใหม่ เป็นหน่วยที่มีความสามารถด้านวิถีมารสูงที่สุดตามชื่อที่ตั้งให้ มักทำงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้วิถีมารเป็นหลัก เช่น เปิดปิดประตูที่เชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับโซล โซไซตี้ เป็นต้น และในสมัยก่อนมี สึคาบิชิ เท็ตไซ เป็นหัวหน้าหน่วยวิถีมาร และมี อุโชดะ ฮาจิเง็น หรือ ฮัตช์(1ในไวเซิร์ด) เป็นรองหัวหน้าหน่วยวิถีมาร
หน่วยลับ
เป็นองค์กรลับของโซลโซไซตี้ มีหน้าที่ในการสอดแนมเหล่าฮอลโลว์และทำการสังหารยมทูตที่มีความผิดร้ายแรง คนของหน่วยลับจะสวมชุดดำคล้ายกับนินจา และทุกคนจะใช้ชื่อรหัสแทนชื่อจริงไปตลอดชีวิต มีหัวหน้าคนปัจจุบันคือ"ซุยฟง" ส่วนหัวหน้าคนก่อนคือ ชิโฮอิน โยรุอิจิ
วังกลาง 46 ห้อง
คือ กลุ่มผู้ปกครองสูงสุดในโซลโซไซตี้ ประกอบด้วยนักปราชญ์ที่รวบรวมมาจากทั่วทั้งโซลโซไซตี้ 40 คน และผู้อาวุโสอีก 6 คน ซึ่งได้รับมอบอำนาจสูงสุดจาก "ราชันย์แห่งวิญญาณ" ในการปกครองและการตัดสิน คำตัดสินจากพวกเขาถือเป็นเด็ดขาดสูงสุด
หน่วยราชันย์
หน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อราชาแห่งโซลโซไซตี้ ทำหน้าที่ปกป้องราชาแห่งโซลโซไซตี้ และมอบคำสั่งไปยัง 46 วังกลาง โดยไม่มีการก้าวก่ายงานของ 46 ห้องวังกลาง และ 13 หน่วยพิทักษ์ ปัจจุบันยังไม่ได้รับการเปิดเผยแต่อย่างใด เรียกกันในหมู่ยมทูตว่าหน่วย 0
ภาพยนตร์อะนิเมะ
Bleach The sealed Sword Frenzy
Bleach The sealed Sword Frenzy ภาพยนตร์การ์ตูนญี่ปุ่นที่ดัดแปลงจากมังงะและอะนิเมะเรื่อง BLEACH หรือ เทพมรณะ ซึ่งเป็นผลงานของ คุโบะ ไทเทะ ออกฉายในงานจัมป์เฟสต้า ประจำปี 2005
เรื่องย่อ
ไบชิน คือยมทูตที่เคยอยู่ในเซเรย์เทย์ สมญานามคือ Blade และเป็นอดีตหัวหน้าหน่วย เมื่อ 400 ปีก่อน เขาทำการฝึกฝนคนเองจนอยู่ในระดับที่เก่งเลยทีเดียว และในวันนึงเขาก็ฝึกฝนตนเองจนสามารถทำให้ตนเองรวมร่างกับดาบผ่าวิญญาณได้ สำเร็จ แต่เขาก็ทำผิดพลาดครั้งใหญ่ที่รวมร่วงกับดาบผ่าวิญญาณไป คือ เมื่อรวมร่างแล้ว เขาก็สูญเสียจิตของตนไป และวิญญาณในดาบก็ครอบครองร่างของเขาแทน เขาเลยเกิดการคลุ้มคลั่ง และฆ่าฟันยมทูตในเซเรย์เทย์ ทั้งหมด 63 ศพ และในจำนวนนั้นมีหัวหน้าหน่วย 2 คนที่ตกเป็นเครื่องสังเวยของ Blade และ เขาก็ได้หนีมายังโลกมนุษย์ หลังจากนั้น หัวหน้าหน่วยก็ใช้วิชาในการผนึกเขาไว้ และสร้างวัดในบริเวณนั้นเพื่อกางเขตอาคมเพื่อป้องกันการทำลายผนึก จนกระทั่งวันนึง ไบชินก็สามารถทำลายผนึกได้ด้วยตนเอง และสังหารยมทูตที่ร่วมพิธีผนึกในตอนนั้นหมดทุกคน ทางด้านเร็นจิ มาหาอิจิโกะ เพื่อขอความช่วยเหลือในเรื่องของการสืบเรื่องของไบชิน และได้มาคุยกันที่ร้านเบอร์เกอร์ แห่งหนึ่งที่ ฮานาทาโร่ ผู้ซึ่งถูกส่งมาทำภารกิจพิเศษ ทำงานอยู่ และได้คุยกัน เรนจิพยายามจะบอกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่ทันได้บอกเสียงระเบิดก็ดังสนั่นขึ้นหน้าร้านเบอร์เกอร์ที่พวกเขา นั่งอยู่กระจกแตกกระจายไปทั่ว อิจิโกะ เรนจิ ลูเคีย และ ฮานาทาโร่ จึงวิ่งออกมาตรวจสอบเหตุการณ์ ในตอนนั้นเรนจิรู้แล้วว่าไบชิน มาจึงคว้าปืนที่เคยใช้ยิงหัวพ่ออิจิโกะออกมา เตรียมพร้อมยิง แต่ไบชินก็ปรากฏตัวออกมา เร็นจิจึงยิงใส่ แต่ด้วยร่างกายของไบชิน ได้ผ่านการรวมร่างกับดาบผ่าวิญญาณ (เป็นวิญญาณดาบเหล็ก) ทำให้กระสุนไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลย ไบชินเลยเรียกดาบเหล็กออกมาเป็นกรณีพิเศษ และปาใส่เรนจิที่หัวไหล่ อิจิโกะจึงวิ่งไปดูเรนจิ และถามถึงอาการ แต่ไบชินก็โจมตีใส่ อิจิโกะ และเรนจิ สถานะการณ์คับขัน อิจิโกะถอดร่างกลายเป็นยมทูต ใช้ดาบรับคมมีดบินของไบชินได้ทัน และการต่อสู้ก็เริ่มขึ้น
Bleach Memories of Nobody ภาพยนตร์การ์ตูนญี่ปุ่นที่ดัดแปลงจากมังงะและอะนิเมะเรื่อง BLEACH หรือ เทพมรณะ ซึ่งเป็นผลงานของ คุโบะ ไทเทะ เข้าฉายครั้งแรกในโรงภาพยนตร์ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2549
เรื่องย่อ
จู่ๆ เมืองคาราคุระก็ถูกคุกคามโดยสิ่งมีชีวิตทางวิญญาณที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน หรือที่เรียกว่า "แบลงค์" (欠魂) อิจิโกะและลูเคีย จึงได้รับคำสั่งให้ออกไปตรวจสอบเหล่าตัวประหลาดเหล่านี้ ในระหว่างที่สืบเรื่องราวของ"แบลงค์" อยู่นั่นเอง ที่อิจิโกะและลูเคียได้ พบกับยมทูตสาวที่ชื่อว่า "เซ็นนะ" ผู้เป็นเจ้าของดาบฟันวิญญาณที่มีชือว่า "มิโรคุมารุ" เข้า "เซ็นนะ" นอกจากจะไม่ยอมเปิดเผยเรื่องราวของตัวเองแล้ว เมื่อถูกถามถึงหน่วยที่สังกัด ก็เลี่ยงที่จะตอบโดยบอกว่า "ลืมไปแล้ว"
ในเวลาเดียวกับที่โลกมนุษย์เกิดเรื่องราวแปลกๆ ทางโซลโซไซตี้เองก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นเช่นกัน เมื่อจู่ๆท้องฟ้าเหนือเซย์เรย์เทย์ก็ปรากฏภาพของโลกมนุษย์ที่อยู่อีกฟากขึ้น ด้วยเหตุนี้ สิบสามหน่วยพิทักษ์จึงจัดประชุมหัวหน้าหน่วยอย่างเร่งด่วน และความจริงอันน่าตกใจที่เหล่าหัวหน้าหน่วยได้รับการบอกมาก็คือ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นบนโลกมนุษย์และโซลโซไซตี้คือจุดเริ่มต้นของ "จุดจบของโลก"
"จุดจบของโลก" นั้นเกิดขึ้นเมื่อความสมดุลระหว่างโลกมนุษย์และโซลไซตี้ถูกทำลายลง โลกทั้งสองที่ไร้ความสมดุลนั้นจะไม่สามารถคงอยู่ต่อไปได้ และสูญสลายไปภายในชั่วพริบตา อนึ่ง ในการประชุมด่วนครั้งนี้เองที่ฮิตสึกายะ หัวหน้าหน่วยที่10 ได้รับ"คำสั่งพิเศษ" แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดว่าคำสั่งพิเศษนี้คืออะไร พวกอิจิโกะที่อยู่กับเซ็นนะ จู่ๆ ชายที่ใช้พลังแห่งความมืด ที่ใช้ชื่อว่า "กังริว" ก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าพวกเขา ซึ่งกังริวคนนี้เองที่อยู่เบื้องหลังแผนการทำลายล้างโลกในครั้งนี้ พวกอิจิโกะจะฝ่าฟันการต่อสู้อันหนักหน่วงระหว่างพวกเขากับพลังแห่งความมืด ที่กำลังแผ่ขยายออกไปได้ไหม เหตุผลที่เซ็นนะถูกกังริวตามล่าตัวคืออะไร การเริ่มต้นนับถอยหลังสู่จุดจบของโลกได้เริ่มขึ้นแล้ว เวลาที่เหลืออยู่ มีเพียงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น พวกอิจิโกะ และเซ็นนะ จะปกป้องโลกใบนี้ไว้ได้หรือไม่
Bleach The DiamondDust Rebellion
BLEACH หรือ ที่คอการ์ตูนในบ้านเรารู้จักกันในนามของ “เทพมรณะ” เป็นการ์ตูนบู๊แอ็คชั่นสุดมันที่ฮิตติดอันดับในเวลาอันรวดเร็วนับตั้งแต่ลง ประจำในนิตยสารรายสัปดาห์ “SHUKAN SHONEN JUMP” เมื่อปี 2001 และยังมกลุ่มแฟนขยายวงกว้างขึ้นเมื่อกลายมาเป็นการ์ตูนแอนิเมชันฉายทางทีวี ตั้งแต่ เดือนตุลาคม ปี 2004 ถึงตอนนี้ ก็ประมาณ 150 กว่าตอนแล้วล่ะ ในบ้านเราออกอากาศอยู่ทางช่อง TRUE SPARK ( A 28 ) ( D 53)
มาปีนี้ BLEACH กำลังจะก้าวสู่จอเงินอีกครั้งในช่วงเดือนธันวาคม หลังจากที่ประสบความสำเร็จมาแล้วจากมูฟวี่ซีรีส์ครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม 2006 ในชื่อตอนว่า “MEMORIES OF NOBODY” สำหรับตอนใหม่ “ The Diamond Dust Rebellion” นี้ เขาการันตีมาเลยว่าเนื้อเรื่องเข้มข้น ตื่นเต้น เร้าใจยิ่งกว่าเดิมแน่ อิจิโกะในเวอร์ชันนี้ก็ดูแปลกตาไปจากเวอร์ชันทีวี ส่วนฮิสึกายะในตอนนี้ก็โดดเด่นเป็นพิเศษจนแทบจะเรียกว่าเด่นเกินหน้าเกินตา พระเอกอย่างอิจิโกะซะอีกแน่ะ ดูอย่างคำว่า “The Diamond Dust” ในชื่อตอนนี้บ่งบอกถึงตัวตนของฮิสึกายะเต็มๆแล้ว แถมบนโปสเตอร์ก็ยังโปรยตัวหนังสือตัวเบ้อเร่อว่า “ลงทัณฑ์ ฮิสึกายะ โทชิโร่” ชวนให้สงสัยว่าฮิสึกายะไปทำอะไรผิดมา!? เกริ่นมาถึงตรงนี้คงชักอยากรู้ว่าเรื่องมันเป็นยังไงมายังไงกันแล้วละสิ งั้นก็ไปดูเรื่องย่อกันเลยดีกว่า
เรื่องย่อ
หน่วยสิบซึ่งนำทีมโดย “ฮิสึกายะ โทชิโร่” มีหน้าที่ดูแล “ตราสัญลักษณ์” อันเป็นสมบัติลับของหัวหน้าใหญ่ของโซลโซไซ ตี้ แต่ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้นหน่วยสิบก็ถูกคนลึกลับบุกโจมตีและชิงเอา สัญลักษณ์ไป ตอนนั้นฮิสึกายะก็กำลังสู้อยู่กับหัวหน้ากลุ่มของพวกนั้นอยู่ แต่จู่ๆเขาก็ผละจากพวกรันงิคุไปซะเฉยๆ
หลายวันต่อมา อิจิโกะที่โลกมนุษย์ได้ข่าวการตายของฮิสึกายะเขารู้สึกคลางแคลงใจเกี่ยวกับ เรื่องนี้มากระหว่างนั้นก็มีคนพบฮิสึกายะบาดเจ็บและช่วยเหลือพาเจาส่งโรง พยาบาล คุโรซากิ ฮิสึกายะฟื้นขึ้นมาที่โรงพยาบาลแต่ไม่ยอมปริปากพูดอะไรทั้งนั้น ทำไปทำมาอิจิโกะกับฮิสึกายะก็เกิดการต่อสู้กันขึ้นแต่ระหว่างนั้นเองฮอลโลว์ ลึกลับก็โผล่เข้ามาขัดจังหวะ แถมยังบอกว่ามารับฮิสึกายะ ฝ่ายฮิสึกายะเองก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร
อิจิโกะถูกเล่นงานจนได้รับบาดเจ็บ แต่ก็ได้ลูเคียกับเร็นจิมาช่วยเอาไว้ ซึ่งทั้งสองไหว้วานจากรันงิคุ รองหัวหน้าหน่วยสิบให้มาช่วยตามหาฮิสึกายะอย่างลับๆ จากคำพูดของฮิสึกายะที่พูดทิ้งท้ายไว้ว่า “คุซากะ” กับร่องรอยของฮอลโลว์ลึกลับพวกอิจิโกะได้แยกกันออกเป็น 2 ทางเพื่อตามสืบเรื่องนี้ เร็นจิได้รับความร่วมมือจาก “เคียวราคุ ชุนซุย” หัวหน้าหน่วยแปดสืบจนได้ความว่า ในอดีตเคยมียมทูตชื่อ “คุซากะ” แต่ก็ตายไปนานแล้ว ชุนซุยยังคงสืบสาวราวเรื่องต่อไปอีก แต่แล้วเขาก็ถูกใครบางคนเล่นงานจนบาดเจ็บสาหัส แถมในที่เกิดเหตุมีร่องรอยการโจมตีด้วยดาบเฮียวรินมารุอีกด้วย ในขณะเดียวกันทีมค้นหาฮิสึกายะที่ถูกส่งมายังโลกมนุษย์ก็กำลังถูกฮิสึกายะ โจมตีอยู่ ทำให้ความคลางแคลงในตัวฮิสึกายะยิ่งทวีขึ้น จนในที่สุดโซลโซไซ ตี้ก็มีคำสั่งลงโทษฮิสึกายะ
ฮิสึกายะทรยศต่อโซลโซไซ ตี้จริงรึนี่!? กลุ่มฮอลโลว์ลึกลับเป็นใคร!? แล้วความลับที่ซ่อนอยู่ในสัญลักษณ์ล่ะคืออะไรกัน!? การต่อสู้ที่เหล่ายมทูตถูกดึงเข้ามาพัวพันกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว!!!
ภาคนี้ยังหาเนื้อเรื่องไม่ได้ค่ะ
เพลงประกอบอะนิเมะ
- เพลงเปิด (OPENING)
- *~アスタリスク~(*~Asterisk~) ขับร้องโดย Orange Range [ep 01-25]
- D-tecnoLife ขับร้องโดย UVERworld [ep 26-51]
- 一輪の花(Ichirin no Hana) ขับร้องโดย High and Mighty Color [ep 52-74]
- TONIGHT, TONIGHT, TONIGHT ขับร้องโดย BEAT CRUSADERS [ep 75-97]
- Rolling Star ขับร้องโดย YUI [ep 98-120]
- ALONES ขับร้องโดย Aqua Timez [ep 121-143]
- After Dark ขับร้องโดย Asian Kung-Fu Generation [ep 144-167]
- CHU-BURA ขับร้องโดย KELUN [ep 168-189]
- VELONICA ขับร้องโดย Aqua Timez [ep 190-ปัจจุบัน]
- เพลงปิด (ENDING)
- Life is Like a Boat ขับร้องโดย ริเอะ ฟุ [ep 01-13]
- サンキュー!!(Thank You!!) ขับร้องโดย HOME MADE คาโซคุ [ep 14-25]
- ほうき星(Houkiboshi) ขับร้องโดย Younha [ep 26-38]
- happypeople ขับร้องโดย Skoop on Somebody [ep 39-51]
- LIFE ขับร้องโดย YUI [ep 52-63]
- マイペース(My Pace) ขับร้องโดย SunSet Swish [ep 64-74]
- Hanabi ขับร้องโดย อิคิโมโนะ งาคาริ [ep 75-86]
- MOVIN!! ขับร้องโดย ทาคาชา [eo 87-97]
- Baby It's You ขับร้องโดย JUNE [ep 98-109]
- 桜日和(Sakura Biyori) ขับร้องโดย ไม โฮชิมูระ [ep 110-120]
- 爪先(Tsumasaki) ขับร้องโดย Ore Ska Band [ep 121-132]
- 橙(Daidai) ขับร้องโดย Chatmonchy [ep 132-143]
- 種をまく日々(Tane wo Maku Hibi) ขับร้องโดย Atari Kousuke [ep 144-154]
- Kansha ขับร้องโดย RSP [ep 155-167]
- Orange ขับร้องโดย Lil'B [ep 168-176]
- Gallop ขับร้องโดย pe'zmoku [ep 177-189]
- Hitohira No Hanabira ขัยร้องโดย Stereo Pon





